เรื่องเด่น เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันจันทร์ที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๖๙

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 5 ตุลาคม 2026 เวลา 20:24.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,223
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,267
    ค่าพลัง:
    +27,030
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันจันทร์ที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๖๙


    ​
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,223
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,267
    ค่าพลัง:
    +27,030
    วันนี้ตรงกับวันจันทร์ที่ ๕ ตุลาคมพุทธศักราช ๒๕๖๙ ก่อนอื่นต้องขอเจริญพรขอบคุณ และอนุโมทนาคณะญาติโยมทั้งหลาย ที่เข้าไปบูชาวัตถุมงคล เพื่อร่วมในการทอดผ้าป่าช่วยเหลือเด็กกำพร้า วัดสระแก้ว จังหวัดอ่างทอง

    คราวนี้ มีหลายท่านสอบถามเข้ามาว่า "ราคาพระกรุวัดคู้สลอดของหลวงปู่ปาน วัดบางนมโค ลงผิดหรือเปล่า ?" ขอยืนยันว่าลงไม่ผิด คือก่อนหน้านี้ ถ้าหากว่าเป็นของที่บูชามาราคาสูง ก็จะออกในราคาสูง หรือที่ญาติโยมถวายมา ระบุว่าต้องราคาเท่านั้นเท่านี้ ก็จะออกในราคานั้น แต่วัตถุมงคลชุดนี้เป็นของส่วนตัว ซึ่งสมัยนั้นบูชามาองค์ละ ๕๐๐ บาท ๘๐๐ บาทเท่านั้นเอง ออกไป ๑,๐๐๐ บาทก็ถือว่าแพงมากแล้ว เพียงแต่ว่าหลายท่านอาจจะเข้าไปไม่ทัน เพราะว่าคนรู้จักของก็จะแย่งบูชากันหมด..!

    เรื่องของพระกรุวัดคู้สลอดนั้น ต้องยกให้เป็นความดีของ "หลวงพี่บรรจง" (พระบรรจง กวิวํโส) รุ่นพี่ซึ่งบวชอยู่ที่วัดท่าซุงมาด้วยกัน แต่ว่าท่านเป็นรุ่นฉลองโบสถ์วัดท่าซุง ก็คือบวชวันที่ ๒๐ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๒๐ ที่จำง่ายเพราะว่าเลข ๒๐ เหมือนกัน ซึ่งรุ่นนั้นที่ยังเหลืออยู่ก็จะมี "หลวงพี่ชัยวัฒน์ อชิโต" อีกรูปหนึ่ง แต่ว่าท่านทั้งหลายคงต้องเรียก "หลวงพ่อ" มากกว่า เพราะว่าทั้งสองท่านก็อายุมากกว่ากระผม/อาตมภาพอีก แต่ในสมัยนั้น เราก็เรียกกันตามปกติว่า "หลวงพี่"

    "หลวงพี่บรรจง" ต้องบอกว่าเป็นพระในวัดท่าซุงที่มีพระเครื่องของ "หลวงพ่อวัดท่าซุง" ครบทุกรุ่น ก็คือไม่ว่าจะเป็นรุ่นเก่า ซึ่งหลวงพ่อท่านยังไม่ได้มาอยู่วัดท่าซุงแล้วสร้างเอาไว้ "พี่บรรจง" ก็มีมานะตามไปไล่เก็บไล่ตามมาจนหมด แล้วก็ยังมาสอน มาแนะนำพวกกระผม/อาตมภาพที่เป็นรุ่นน้อง ๆ อีก

    ในเรื่องของพระกรุวัดคู้สลอดนั้น กระผม/อาตมภาพรู้จักไล่ ๆ กับลูกอมยันต์เกราะเพชรของ "หลวงปู่ปาน วัดบางนมโค" ก็เพราะว่า "หลวงพี่บรรจง" ท่านเมตตาบอกให้ว่า "เป็นพระของหลวงปู่ปานเสกเหมือนกัน ถ้าเราไปบูชาพระหกกษัตริย์ ซึ่งออกจากวัดบางนมโคก็จะแพงเสียเปล่า ๆ" ซึ่งในยุคนั้นพระหกกษัตริย์ราคาองค์หนึ่งก็หลายพันบาทแล้ว แต่ถ้าหากว่าเป็นพระกรุวัดคู้สลอด ซึ่งได้รับอนุญาตให้สร้างจากหลวงปู่ปาน แล้วท่านก็เมตตาปลุกเสกให้ด้วย ถ้าไปเจอแหล่งดี ๆ องค์หนึ่ง ๓๐๐ บาท ๕๐๐ บาท ก็ยังพอมี เพียงแต่ว่าองค์สวย ๆ ที่ไม่ติดคราบกรุเลย ก็อาจจะถึงหลักพันบาท แต่ว่าพวกเราสนใจกันแค่พุทธคุณเท่านั้น

    แล้วในช่วงแรก กระผม/อาตมภาพยังคัดค้าน "หลวงพี่บรรจง" ท่านด้วย ในเรื่องของลูกอมผงยันต์เกราะเพชร เพราะว่ายังไม่ได้ศึกษา ถ้าว่าตามที่หลวงพ่อวัดท่าซุงเล่าให้ฟังนั้น มีแค่พระหกพิมพ์เท่านั้น พอมาศึกษาภายหลังจึงได้ทราบว่ามีจริง ๆ และติดอันดับ ๑ ใน ๕ สุดยอดลูกอมเมืองไทยด้วย จึงทำให้เรื่องทั้งหลายเหล่านี้ กลายเป็นอะไรที่ทำให้พระวัดท่าซุงต้องวิ่งออกไปหามาเพื่อที่จะบูชาติดตัว เพราะว่าอย่างไรเสียก็เป็นของ "ครูบาอาจารย์ของครูบาอาจารย์" อีกที..!
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,223
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,267
    ค่าพลัง:
    +27,030
    แล้วท่านก็ยังแนะนำพระเกจิอาจารย์ต่าง ๆ ให้ โดยที่พวกกระผม/อาตมภาพตอนนั้นก็ยังไม่รู้จักเลย เนื่องเพราะว่ามุ่งอยู่ที่ "หลวงพ่อวัดท่าซุง" รูปเดียวเท่านั้น ท่านได้แนะนำ "หลวงพ่อกวย" วัดโฆสิตาราม "หลวงพ่อโอด" วัดจันเสน "หลวงพ่อพิมพา" วัดหนองตางู ซึ่งตอนนั้นพวกกระผม/อาตมภาพไม่เคยได้ยินแม้แต่ชื่อ เนื่องเพราะว่าไม่ได้ใส่ใจในครูบาอาจารย์ท่านอื่น นอกจาก "หลวงพ่อวัดท่าซุง" กลายเป็นคนสายตาคับแคบไป แล้วก็ยังมีครูบาอาจารย์อีกหลายต่อหลายองค์ที่ท่านแนะนำให้ แม้กระทั่ง "หลวงพ่อคูณ" วัดบ้านไร่ ก็มารู้จักกันตอนนั้นเอง

    แต่ว่าหลวงพี่บรรจงก็โดนพระหลายรูปในวัดตำหนิว่า "ไปสอนให้รุ่นน้องติดของภายนอก" กระผม/อาตมภาพเองก็ติดร่างแหไปด้วย เนื่องเพราะว่าช่วงนั้น ถ้าหากว่าออกกิจนิมนต์ได้เงินมา ก็จะไปบูชาวัตถุมงคลของ "หลวงพ่อวัดท่าซุง" เก็บเอาไว้ โดยเฉพาะตอนนั้น "พระรุ่น ๑๐๐ ปี หลวงปู่ปาน" หรือที่เรียกว่า "พระทุ่งเศรษฐี" องค์ละ ๑๐ บาทเท่านั้น ถ้าหากว่าได้ปัจจัยมา ๕๐ บาท หรือ ๑๐๐ บาท ก็บูชากันได้ทีละ ๕ องค์ ๑๐ องค์..!

    แม้กระทั่ง "พระสมเด็จคำข้าวรุ่นแรก" กระผม/อาตมภาพก็บูชาเอาไว้หลายร้อยองค์ แล้วท่านทั้งหลายเหล่านี้ก็ตำหนิว่า "มึงจะเอาไปทำอะไรเยอะแยะวะ ?" แต่พอถึงเวลาสิ้นหลวงพ่อวัดท่าซุง พระขึ้นราคาเป็น ๑๐๐ - ๒๐๐ - ๔๐๐ - ๘๐๐ - ๑,๖๐๐ บาท ท่านที่ตำหนิกระผม/อาตมภาพว่า "จะตุนเอาไว้ไปทำอะไรเยอะแยะ มึงบ้าหรือเปล่า ?" ก็แห่มาโกยจากกระผม/อาตมภาพไปจนเกลี้ยง..! แถมให้ราคาองค์ละ ๑๐ บาทเท่าเดิม ไม่เพิ่มให้แม้แต่บาทเดียว ต้องบอกว่าสมควรจะหักคอทิ้ง..! ก็คืออยู่ในลักษณะ "ปากว่าตาขยิบ" ยกเอาคำพูดหรือหลักธรรมหรู ๆ ขึ้นมาอ้าง แต่ที่แท้แล้วตัวเองแบกไว้มากกว่าเสียอีก..!

    แต่ว่าทุกวันนี้ "หลวงพี่บรรจง" ท่านไม่ได้อยู่วัดท่าซุงมาหลายปีแล้ว ส่วนท่านไปอยู่ที่ไหน กระผม/อาตมภาพก็ไม่อยากจะเปิดเผย เพราะไม่แน่ใจว่าท่านจะยินดีต้อนรับใครหรือเปล่า ? แต่ถ้าใครมีโอกาสเจอ ให้ท่านแนะนำเรื่องวัตถุมงคลต่าง ๆ ได้ ต้องบอกว่าเป็นบุคคลที่ศึกษาจนรู้จริงอีกท่านหนึ่ง เพียงแต่ว่าท่านเน้นเก็บของ "หลวงปู่ปาน" และ "หลวงพ่อวัดท่าซุง" เป็นหลัก เพราะถือว่าเป็นครูบาอาจารย์ของตนเอง

    วัตถุมงคลครูบาอาจารย์อื่นท่านก็เก็บเอาไว้ บางทีเห็นแล้วก็ตกใจเหมือนกัน เนื่องเพราะว่าทางบ้านเดิมของท่านฐานะค่อนข้างดี ระดับกระผม/อาตมภาพเก็บกันทีละ ๕ องค์ ๑๐ องค์ แต่ท่านเก็บทีละเป็น ๑๐๐ องค์..! จนกระทั่งมีการแซวกันว่า "หลวงพี่..คานกุฏิเริ่มร้าวแล้ว" เนื่องเพราะว่าพอรวม ๆ กันเข้าแล้วก็เป็นจำนวนมากทีเดียว แล้วท่านก็มีความสุขอยู่กับการนั่งส่องพระ แล้วก็แนะนำรุ่นน้อง ๆ ที่สนใจในเรื่องเดียวกัน เพียงแต่ว่าถ้าเป็นพวกบรรดาเครื่องรางต่าง ๆ "หลวงพี่บรรจง" ของกระผม/อาตมภาพท่านไม่ค่อยเก่ง แต่ถ้าเรื่องพระเครื่องต้องบอกว่า "ไว้ใจท่านได้เลย"
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    25,223
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,267
    ค่าพลัง:
    +27,030
    ส่วนการเปิดกระทู้โดย "ไอ้ตัวเล็ก" ในครั้งนี้นั้น ส่วนใหญ่ก็จะเป็นชุดท้าย ๆ ที่กระผม/อาตมภาพมีอยู่ ซึ่งบางอย่างก็ตั้งใจจะเก็บเอาไว้เป็นสมบัติส่วนตัว แต่เพื่อสงเคราะห์ "หลวงปู่ดร.เจ้าคุณไพเราะ" - พระวชิรสิกขการ, ดร. (ไพเราะ ฐิตสีโล ป.ธ. ๔) ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดอ่างทอง เจ้าอาวาสวัดสระแก้ว ที่เป็นเพื่อนร่วมรุ่นพระอุปัชฌาย์ ทั้ง ๆ ที่อายุของท่านก็มากกว่าไปเป็น ๒๐ ปี ก็เลยกะว่าจะเอาของที่เหลืออยู่ออกมา อยู่ในลักษณะ "ล้างสต๊อก" กันไปเลย..!

    ถ้าหากว่าใครไปเจอของที่คิดว่า "แพงสาหัส" ก็ขอให้รู้ด้วยว่า ของบางอย่างกระผม/อาตมภาพที่เล่นวัตถุมงคลมาทั้งชีวิต ก็ได้เจอแค่ชิ้นเดียวเท่านั้น แล้วก็ถือว่าโชคดีที่คว้ามาได้ ส่วนท่านทั้งหลายต้องบอกว่าโชคดีกว่า เพราะว่าไม่ต้องไปลำบากลำบนเป็นเวลาหลาย ๆ ปีกว่าที่จะหาเจอ แค่มีเงินเหลือกินเหลือใช้ ก็มาบูชาต่อไปแบบง่าย ๆ ดังนั้น..ขอให้เห็นคุณค่าด้วย

    โดยเฉพาะปัจจุบันนี้ หลังจากที่ให้บูชาดาบเทพศาสตราของ "หลวงพ่อรุ่ง" วัดหนองสีนวล ไปแล้วก็ยังหาไม่ได้อีกเลย..! จากช่วงระยะเวลาประมาณ ๓๐ ปีเศษ ที่กว่าจะหาดาบที่เข้าคู่กัน เท่ากัน และฝีมือช่างเดียวกันของ "หลวงพ่อรุ่ง" ได้ ก็สูญเสียเวลาไปเนิ่นนานขนาดนั้น

    แต่ว่าบุคคลที่เขามีบุญก็บูชาไปทีเดียวทั้งคู่เลย เป็นอะไรที่ถึงจะเสียดาย แต่ก็ไม่เสียใจ เนื่องเพราะตอนแรกตั้งใจว่าจะสร้างหุ่นนักรบโบราณ แล้วก็ให้ถือดาบ ประดับเครื่องรางของขลัง ซึ่งช่วยในการรบ ทำให้เรามีแผ่นดินอยู่มาจนทุกวันนี้ ให้คนอื่นไว้ได้ศึกษา แต่ช่างเขายืนยันว่า "หุ่นไฟเบอร์กลาส ไม่สามารถรับน้ำหนักดาบขนาดนั้นได้" ก็เลยต้องเสียสละจำหน่ายไป เพื่อเอาปัจจัยไปทำอย่างอื่นแทน

    บางทีกระผม/อาตมภาพก็รู้สึกอิจฉาบางคนเหมือนกัน เนื่องเพราะว่าถึงรุ่นของท่านแล้วก็ได้ไปง่าย ๆ ขณะที่รุ่นของกระผม/อาตมภาพ บางทีหลาย ๆ ปีกว่าที่จะเจอสักชิ้นหนึ่ง ถ้าหากว่าใครไม่เดือดร้อนด้วยเรื่องของปัจจัยความเป็นอยู่ ก็ช่วยกันเข้าไปบูชาวัตถุมงคล เพื่อที่จะร่วมเป็นเจ้าภาพทอดผ้าป่าสงเคราะห์เด็กกำพร้า ก็ให้เข้าไปดูในเว็บไซต์วัดท่าขนุนได้

    สำหรับวันนี้ ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
    วันจันทร์ที่ ๕ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

กำลังโหลด...