ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,311
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ด่วน! รัฐสภาถนนยุบเลี่ยงได้เลี่ยง! พิกัดถนนสามเสน ใกล้ป้ายรถเมล์รัฐสภา พบถนนยุบจากฝาบ่องานท่อประปาใต้ผิวถนน รถวิ่งได้แค่ฝั่งละเลน

    https://www.facebook.com/share/1DjhGdCiGc/
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,311
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เบซาเลล สโมตริช รัฐมนตรีกระทรวงการคลัง #อิสราเอล กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ (6 ก.ย.) ว่า นายกรัฐมนตรี เบนจามิน #เนทันยาฮู ได้ออกคำสั่งให้มีการอพยพชาวยิวที่เข้าไปตั้งถิ่นฐานอย่างไม่ถูกต้องภายใต้กฎหมายของอิสราเอลออกจากชุมชนบางแห่งในเขต #เวสต์แบงก์

    "เท่าที่ผมทราบ เนทันยาฮู ได้ออกคำสั่งให้มีการอพยพชุมชนบางแห่ง" พร้อมเสริมว่าตัวเขาเองไม่เห็นด้วยกับมาตรการดังกล่าว

    แม้ชุมชนชาวอิสราเอลทั้งหมดในเขตเวสต์แบงก์จะเข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายระหว่างประเทศอยู่แล้ว ทว่าบางแห่งที่ตั้งขึ้นโดยไม่ได้รับการอนุมัติจากรัฐบาล ซึ่งมักประกอบด้วยบ้านสำเร็จรูปเพียงไม่กี่หลัง ก็ถือว่าผิดกฎหมายอิสราเอลเช่นกัน

    สื่ออิสราเอลหลายสำนักรายงานเมื่อวันอาทิตย์ (6) ว่าเนทันยาฮู ได้ออกคำสั่งดังกล่าวจริง ขณะที่เว็บไซต์ข่าวที่ใหญ่ที่สุดของอิสราเอลอย่าง Ynet ระบุว่าเป็นผลมาจากแรงกดดันจากสหรัฐฯ

    เมื่อปลายเดือน ส.ค. เนทันยาฮูได้ให้คำมั่นว่าจะดำเนินการสร้างนิคมในเขตเวสต์แบงก์ต่อไป แม้จะมีเสียงคัดค้านจากนานาชาติเพิ่มมากขึ้นก็ตาม

    การก่อสร้างและการขยายนิคมของชาวอิสราเอลในดินแดนปาเลสไตน์เพิ่มขึ้นอย่างมากภายใต้รัฐบาลของเขา

    ตามคำกล่าวของสโมตริช คำสั่งอพยพดังกล่าวจะครอบคลุมชุมชนยิวซึ่งเข้าไปสร้างในพื้นที่ที่อยู่ภายใต้การควบคุมขององค์การบริหารแห่งชาติปาเลสไตน์ (Palestinian Authority) และไม่ได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการ

    สโมตริช ซึ่งเป็นผู้นำพรรคขวาจัดที่สนับสนุนการผนวกดินแดนเวสต์แบงก์ทั้งหมด กล่าวโอ้อวดเมื่อวันอาทิตย์ (6) ว่าเขาได้นำ "การปฏิวัติ" โดยการสร้างและทำให้ "หมู่บ้าน ฟาร์ม ถนน และบ้านเรือนหลายพันหลัง" ในดินแดนที่อิสราเอลยึดครองมาตั้งแต่ปี 1967 ถูกต้องตามกฎหมาย

    สำนักงานของ เนทันยาฮู ยังไม่ตอบสนองต่อข้อซักถามของผู้สื่อข่าวเอเอฟพี

    เวสต์แบงก์เผชิญกับความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นอย่างมากนับตั้งแต่เกิดสงครามในกาซา ซึ่งปะทุขึ้นตามหลังการโจมตีอิสราเอลของกลุ่มฮามาส เมื่อวันที่ 7 ต.ค. ปี 2023

    ปัตจุบันมีชาวอิสราเอลกว่า 500,000 คนเข้าไปตั้งถิ่นฐานอาศัยอยู่ในดินแดนปาเลสไตน์ โดยอยู่รวมกับชาวปาเลสไตน์ที่มีอยู่ราวๆ 3 ล้านคน

    ไมค์ ฮักคาบี เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำอิสราเอล เดินทางเยือนเวสต์แบงก์เมื่อวันเสาร์ (5) เพื่อแสดงการสนับสนุนชาวปาเลสไตน์สัญชาติอเมริกัน ซึ่งตกเป็นเหยื่อการโจมตีโดยผู้ตั้งถิ่นฐานชาวอิสราเอล

    ฮักคาบี กล่าวว่า "สารที่ชัดเจนของเราก็คือ อาชญากรรมคืออาชญากรรม การก่อการร้ายก็คือการก่อการร้าย" โดยไม่ได้เอ่ยชื่ออิสราเอลโดยตรง

    "เมื่อมีใครทำเช่นนั้น พวกเขาก็ควรตระหนักด้วยว่า จะมีผลที่ตามมาอย่างรุนแรง"

    ที่มา: เอเอฟพี

    https://www.facebook.com/share/p/1JLunsYZd7/
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,311
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ โอ้อวดในวันอาทิตย์(6ก.ย.) ว่าเขาทำเงิน "หลายแสนล้านดอลลาร์" จากหุ้นและสินทรัพย์อื่นๆ แต่ยืนยันว่าสิ่งที่เขาทำนั้นก็เพื่อประเทศชาติ ไม่ใช่ผลประโยชน์ของตนเอง

    ความเห็นของประธานาธิบดีรายนี้ มีขึ้นหลังจากที่เขาโพสต์ข้อความบนทรูโซเชียล สื่อสังคมออนไลน์ของเขาเองเป็นชุดๆในวันอาทิตย์(6ก.ย.) จนถึงตอนนี้นับได้ 37 ข้อความ มีทั้งมุกตลกและภาพที่สร้างด้วย AI ในนั้นรวมถึงภาพที่ ทรัมป์ กำลังบัญชาการกองทัพหุ่นยนต์ขนาดใหญ่ พร้อมเขียนข้อความว่า "จงมอบฝันร้ายแก่พวกมัน" และ "เราจะหลอกหลอนอยู่ในฝันของพวกเขาไปตลอดกาล "เช่นเดียวกับภาพเครื่องบินขับไล่ลำหนึ่งบินเข้าเกาะคาร์กที่กำลังระเบิดเป็นจุณ และเขียนบรรยายว่า "ลาก่อน เกาะคาร์ก"

    ในส่วนที่โพสต์ที่เกี่ยวข้องกับรายได้จากหุ้นและสินทรัพย์อื่นๆ ทรัมป์เขียนว่า "ผมทำสิ่งนี้เพื่อประเทศของเรา ไม่ใช่เพื่อตัวเอง ผมทำเงินหลายแสนล้านดอลลาร์จากหุ้นและการถือครองสินทรัพย์ประเภทอื่นๆอีกมากมาย ก็เพื่อสหรัฐฯ ไม่ใช่เพื่อตัวผมเอง และถูกวิจารณ์จากพวกซ้ายสุดขั้วเดโมแครต อย่างไม่ยุติธรรมมากๆ แต่จะทำอย่างไรได้ล่ะ! ประธานาธิบดีโดนัลด์ เจ. ทรัมป์"

    อีกข้อความ ประธานาธิบดีสหรัฐฯแชร์ภาพที่สร้างโดยเอไอ เป็นภาพที่เขากำลังตัวเขาเองในลักษณะที่กำลังซื้อขายหุ้นแบบเดย์เทรดจากทำเนียบขาว ขณะที่จอมอนิเตอร์ด้านข้าง เป็นภาพหุ้นของอินเทล พุ่งจาก 20 ดอลลาร์ สู่ระดับ 95 ดอลลาร์

    การที่อินเทลถูกพาดพิงโดยเฉพาะเจาะจงนั้น สืบเนื่องจากบัญชีเพื่อการลงทุนของทรัมป์ได้ซื้อหุ้นของบริษัทผู้ผลิตชิปรายนี้หลายครั้งในช่วงต้นปีที่ผ่านมา บัญชีสำหรับการลงทุนของทรัมป์มีการซื้อขายหุ้นไปแล้วหลายพันรายการนับตั้งแต่เขากลับมารับตำแหน่ง อย่างไรก็ตามทางทำเนียบขาวยืนยันว่าบัญชีสำหรับการลงทุนเหล่านั้นได้รับการบริหารจัดการอย่างเป็นอิสระ และ ทรัมป์ ไม่ได้เป็นผู้สั่งการการซื้อขายเหล่านั้น

    นอกเหนือจากอินเทลแล้ว ประธานาธิบดีสหรัฐฯยังได้เรียกร้องประชาชนชาวอเมริกาให้ซื้อหุ้นของเดลล์ หลังจาก ไมเคิล เดลล์ ผู้ก่อตั้งบริษัทคอมพิวเตอร์แห่งนี้ ช่วย ทรัมป์ เปิดบัญชีเพื่อการลงทุน ทั้งนี้หุ้นของเดลล์ พุุ่งขึ้นมามากกว่า 300% นับตั้งแต่เข้าสู่ปี 2026

    (ที่มา:ยาฮูนิวส์)

    https://www.facebook.com/share/p/14tj48x642L/
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,311
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน เปิดเผยว่าประเทศของเขากำลังหาทางยุติความขัดแย้งกับรัสเซีย ที่ลากยาวมานานหลายปี แต่เน้นย้ำถึงความจำเป็นที่ต้องมีการรับประกันด้านความมั่นคง

    "เราสนใจที่จะนำพาสงครามไปสู่จุดจบ สันติภาพเป็นสิ่งจำเป็น การรับประกันด้านความมั่นคงเป็นสิ่งจำเป็น" เซเลนสกีโพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์มเอ็กซ์ ก่อนหน้าพูดคุยกับ สตีฟ วิตคอฟฟ์ และ จาเรด คุชเนอร์ คณะผู้แทนทูตสันติภาพของสหรัฐฯ ในวันอาทิตย์(6ก.ย.)

    เขาบอกว่าข้อเสนอของยูเครนพร้อมแล้วและเน้นย้ำถึงความสำคัญของความพยายามประสานงานกันอย่างเป็นรูปธรรม และอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง ความเห็นนี้มีขึ้นขณะที่ วิตคอฟฟ์ และ คุชเนอร์ เดินทางมาถึงกรุงเคียฟก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน หลังทั้งคู่เพิ่งเดินทางไปเยือนมอสโกมาหมาดๆ

    ในข้อความที่โพสต์บนแพลตฟอร์มเอ็กซ์ในเวลาต่อมาในวันอาทิตย์(6ก.ย.) เซเลนสกี บอกว่า "การเจรจาได้เริ่มต้นขึ้นและการเปลี่ยนแปลงก็เริ่มขึ้นแล้ว" ขณะที่เจ้าหน้าที่ระดับอาวุโสประจำทำเนียบประธานาธิบดียูเครนรายหนึ่ง เปิดเผยกับเอเอฟพีว่าคณะผู้แทนทูตของวอชิงตันมาพร้อมกับ "ข้อเสนอใหม่ที่มีประสิทธิผลกว่าเดิม" ในการยุติสงครามกับรัสเซีย และประธานาธิบดีเซเลนสกี กำลังพบปะกันพวกเขาอีกครั้ง ในรูปแบบการประชุมพร้อมกันทั้ง 3 คน

    ต่อมาหลังเสร็จสิ้นการประชุม ทาง วิตคอฟฟ์ ยกย่องสิ่งที่เขาเรียกว่า "การพูดคุยที่มีความหมายอย่างยิ่ง" ในเรื่องเกี่ยวกับสงครามยูเครน-รัสเซีย และบอกว่าการหารือกับประธานาธิบดีเซเลนสกี "มีสาระสำคัญและมีความสำคัญ"

    วิตคอฟฟ์ และ คุชเนอร์ เดินทางถึงกรุงเคียฟก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน ในความพยายามรอบใหม่ที่ทำเนียบขาว ที่หวังผลักดันให้มีความคืบหน้าให้รัสเซียยุติปฏิบัติการรุกรานชาติเพื่อนบ้านเต็มรูปแบบ ซึ่งเวลานี้ลากยาวเข้าสู่ปีที่ 5 แล้ว

    "ประธานาธิบดีทรัมป์ขอให้เรานำความปรารถนาดีส่วนตัวของท่านมายังท่านและประชาชนชาวยูเครน" คุชเนอร์กล่าวกับเซเลนสกี ต่อหน้าผู้สื่อข่าว และบอกว่า ทรัมป์ "ต้องการให้เราสื่อสารว่าท่านมองเรื่องนี้ว่าเป็นปัญหาที่หนักหนาสาหัสและซับซ้อนมากๆ แต่ขณะเดียวกันมันก็เป็นปัญหาที่คุ้มค่าแก่การแก้ไขคลี่คลายอย่างยิ่ง"

    คุชเนอร์ บอกต่อว่าสิ่งที่ ทรัมป์ มุ่งมั่น ไม่ใช่แค่การยุติความขัดแย้ง แต่ยังรวมไปถึงการรับประกันสันติภาพที่ยั่งยืนที่จะเปิดทางให้ยูเครน "สามารถสร้างตนเอง กลายเป็นประเทศที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งยูเครนมีศักยภาพอย่างเต็มที่ที่จะไปถึงจุดนั้นได้"

    เซเลนสกีขอบคุณสหรัฐฯสำหรับการเดินหน้าสนับสนุน และแสดงออกถึงการสำนึกบุญคุณทรัมป์ "สำหรับการอนุญาตให้คณะผู้แทนเดินทางมายังยูเครนในวันนี้"

    อย่างไรก็ตามแม้บอกว่าอยากหาทางยุติความขัดแย้ง แต่ขณะเดียวกัน เซเลนสกี ส่งสัญญาณแสดงความหวังว่าจะยังได้รับแรงสนับสนุนจากพันธมิตรทั้งอเมริกาและยุโรป หากสงครามยังคงลากยาวเข้าสู่ฤดูหนาว

    "เราหวังเป็นอย้างยิ่งว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงต่างๆกับคู่หูอเมริกาของเรา และเราหวังพึ่งการสนับสนุนจากพันธมิตรในยุโรปหากสงครามยังคงดำเนินต่อไปในช่วงฤดูหนาว และนี่คือลักษณะที่ปรากฏอยู่ในขณะนี้" เซเลนสกีกล่าว

    (ที่มา:ซินหัว/อัลจาซีราห์/เอเอฟพี)

    https://www.facebook.com/share/p/1GgdAiN25T/
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,311
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เขตชินจูกุ แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เตรียมออกมาตรการห้ามให้บริการที่พักระยะสั้น (vacation rental) มากกว่าครึ่งหนึ่งของที่มีอยู่ในพื้นที่ รวมถึงบ้านพักที่เปิดให้เช่าผ่านแพลตฟอร์ม Airbnb หลังจำนวนข้อร้องเรียนเกี่ยวกับพฤติกรรมนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

    AFP รายงาน เจ้าหน้าที่เขตชินจูกุเปิดเผยกับสำนักข่าวเอเอฟพีเมื่อวันจันทร์ว่า ทางเขตกำลังเตรียมแก้ไขข้อบัญญัติท้องถิ่น เพื่อห้ามการให้บริการที่พักส่วนบุคคลในพื้นที่เขตที่อยู่อาศัย รวมถึงบริเวณใกล้โรงเรียน โดยระบุว่า การเพิ่มขึ้นของธุรกิจที่พักระยะสั้นส่งผลให้เกิดข้อร้องเรียนและปัญหาต่าง ๆ มากขึ้น

    ข้อมูลจากเว็บไซต์ทางการของเขตชินจูกุระบุว่า ปัจจุบันมีที่พักระยะสั้นในพื้นที่ราว 4,000 แห่ง หรือคิดเป็นเกือบ 10% ของที่พักประเภทดังกล่าวทั้งหมดในญี่ปุ่น

    อย่างไรก็ตาม ประชาชนที่อาศัยอยู่ในชินจูกุ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีประชากรพักอาศัยจำนวนมาก เริ่มได้รับผลกระทบจากพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวที่ไม่ปฏิบัติตามกฎท้องถิ่น ทั้งการทิ้งขยะไม่ถูกวิธี สูบบุหรี่ในพื้นที่ห้ามสูบ และส่งเสียงดังรบกวนชุมชน

    เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบดูแลธุรกิจที่พักระยะสั้นของเขตชินจูกุ ซึ่งขอสงวนนาม เปิดเผยว่า กฎใหม่จะส่งผลให้ที่พักระยะสั้นมากกว่า 50% ในพื้นที่ไม่สามารถดำเนินกิจการต่อได้ และคาดว่าจะทำให้ที่พักประมาณ 2,000 แห่งต้องปิดตัวลง โดยยังไม่ทราบแน่ชัดว่ามีที่พักที่เปิดผ่าน Airbnb จำนวนเท่าใดที่จะได้รับผลกระทบ

    เจ้าหน้าที่ระบุว่า มาตรการดังกล่าวจะใช้กับที่พักที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบันเท่านั้น และนายกเทศมนตรีเขตชินจูกุมีกำหนดประกาศแผนดังกล่าวอย่างเป็นทางการในวันอังคาร

    ทั้งนี้ จำนวนข้อร้องเรียนเกี่ยวกับที่พักระยะสั้นในชินจูกุเพิ่มขึ้นประมาณ 40% ในปีงบประมาณที่สิ้นสุดในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยข้อร้องเรียนส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการฝ่าฝืนกฎการทิ้งขยะ ขณะที่ปัญหาอื่น ๆ ได้แก่ การสูบบุหรี่และการบุกรุกพื้นที่

    ลุค เจมิสัน นักท่องเที่ยวชาวอเมริกันวัย 24 ปี ให้สัมภาษณ์กับเอเอฟพีว่า มาตรการดังกล่าว “สมเหตุสมผล เพราะเรื่องเสียงดัง”

    ขณะที่มาซารุ ซาโตะ ชาวชินจูกุวัย 70 ปี กล่าวว่า ชาวต่างชาติจำนวนมาก รวมถึงผู้ประกอบการที่พักส่วนบุคคล ไม่ปฏิบัติตามกฎของท้องถิ่น

    “พื้นที่นี้สกปรกขึ้น เพราะวิธีการทิ้งขยะของพวกเขาไม่เป็นระเบียบ” ซาโตะกล่าว

    เอเอฟพีรายงานว่าได้ติดต่อ Airbnb เพื่อขอความเห็นเกี่ยวกับมาตรการดังกล่าว ขณะที่ผู้ให้บริการที่พักหลายรายในชินจูกุปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์

    ญี่ปุ่นเร่งรับมือปัญหา “โอเวอร์ทัวริซึม”

    ญี่ปุ่นตั้งเป้าดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติให้ได้ 60 ล้านคนต่อปีภายในปี 2030 เพิ่มขึ้นจาก 42 ล้านคนในปี 2025 แต่การท่องเที่ยวล้นเกิน หรือ “โอเวอร์ทัวริซึม” กลายเป็นหนึ่งในความท้าทายสำคัญของประเทศ

    เมืองท่องเที่ยวหลายแห่งได้รับผลกระทบจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น เช่น เกียวโต อดีตเมืองหลวงของญี่ปุ่น ซึ่งประชาชนร้องเรียนเกี่ยวกับฝูงชนที่แออัดเพื่อถ่ายเซลฟี่ ปัญหาการจราจร รวมถึงราคาที่ดินและที่อยู่อาศัยที่พุ่งสูงขึ้น

    เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งญี่ปุ่นได้เปิดทางให้เทศบาลท้องถิ่นสามารถออกกฎควบคุมที่พักระยะสั้นได้ หากเห็นว่าธุรกิจดังกล่าวคุกคาม “สภาพแวดล้อมที่สงบสำหรับการอยู่อาศัยและการศึกษา” หรือเป็นอุปสรรคต่อการรักษาจำนวนประชากรที่อยู่อาศัยถาวรและชุมชนท้องถิ่น

    เกียวโตเองก็กำลังพิจารณาห้ามที่พักระยะสั้นเช่นกัน แต่จะมุ่งเป้าไปที่ที่พักแห่งใหม่ในพื้นที่อยู่อาศัยและพื้นที่อุตสาหกรรม

    หลายเมืองทั่วโลกคุมเข้ม Airbnb

    มาตรการควบคุมที่พักส่วนบุคคลผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในญี่ปุ่น หลายเมืองใหญ่ทั่วโลกเริ่มออกกฎเข้มงวดมากขึ้น โดยมีทั้งเหตุผลด้านปัญหานักท่องเที่ยวล้นเมือง และข้อกังวลว่าการปล่อยบ้านหรือห้องพักให้นักท่องเที่ยวระยะสั้นอาจลดจำนวนที่อยู่อาศัยสำหรับคนท้องถิ่นและทำให้ราคาที่พักระยะยาวสูงขึ้น

    นครบาร์เซโลนา ประเทศสเปน ซึ่งเป็นหนึ่งในเมืองที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากที่สุดในยุโรป ตั้งเป้าห้ามการปล่อยเช่าอพาร์ตเมนต์ให้นักท่องเที่ยวภายในปี 2029 เพื่อบรรเทาปัญหาขาดแคลนที่อยู่อาศัย

    ส่วนมหานครนิวยอร์กของสหรัฐฯ มีกฎที่เริ่มใช้ตั้งแต่ปี 2023 ห้ามการปล่อยเช่าที่พักเป็นระยะเวลาน้อยกว่า 30 วัน เว้นแต่เจ้าของที่พักจะพักอาศัยอยู่ในสถานที่เดียวกัน

    https://www.facebook.com/share/p/1DB6zwboiZ/
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,311
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เลขาฯบีโอไอลั่นญี่ปุ่นไม่ย้ายฐาน พร้อมทุ่มแสนล้าน! ปักหมุดไทยยาว! ลุย EV-อิเล็กทรอนิกส์-อากาศยาน อัปเกรดโรงงานสู้โลก

    บีโอไอเผยปี 68 ญี่ปุ่นยื่นลงทุน 302 โครงการ มูลค่าทะลุ 1.13 แสนล้านบาท พุ่งกว่าเท่าตัว เดินหน้าปรับฐานผลิตสู่เทคโนโลยีขั้นสูง ขณะที่ครึ่งแรกปี 69 ยังมาแรงอีก 123 โครงการ 3.27 หมื่นล้าน รถยนต์-อิเล็กทรอนิกส์นำทัพ เสริมด้วยอากาศยาน ดิจิทัล เกษตรอาหาร และธุรกิจมูลค่าสูง

    นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ญี่ปุ่นยังเป็นพันธมิตรด้านการลงทุนสำคัญของไทย โดยฐานการผลิตที่สร้างต่อเนื่องมาหลายทศวรรษกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่าน เน้นการยกระดับเทคโนโลยี เพิ่มประสิทธิภาพและผลิตภาพ พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีมูลค่าเพิ่มสูง และรองรับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมโลก

    ปี 2568 นักลงทุนญี่ปุ่นยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุน 302 โครงการ มูลค่ากว่า 113,700 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวจากปีก่อน และเป็นหนึ่งในปีที่มียอดลงทุนญี่ปุ่นสูงสุด โดยยานยนต์และชิ้นส่วนมีมูลค่า 28,310 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 57% อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า 19,378 ล้านบาท เพิ่ม 76% เกษตรและอาหาร 4,069 ล้านบาท เพิ่ม 54% ขณะที่โลจิสติกส์และบริการ 1,468 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว

    นอกจากฐานอุตสาหกรรมเดิม ยังมีการลงทุนในธุรกิจดิจิทัล อากาศยานและชิ้นส่วนเพิ่มขึ้น สะท้อนการขยับจากการผลิตแบบเดิมสู่กิจการที่ใช้เทคโนโลยีสูงและสร้างมูลค่าเพิ่มมากขึ้น

    ผลสำรวจหอการค้าญี่ปุ่น (JCC) ครึ่งแรกปี 2569 จากบริษัทญี่ปุ่น 504 แห่ง พบว่า 23% มีแผนเพิ่มการลงทุนในไทย ขณะที่ 48% จะรักษาระดับเดิม รูปแบบการลงทุนเน้นปรับปรุงฐานผลิตที่มีอยู่ ทั้งเปลี่ยนเครื่องจักร ใช้พลังงานสะอาด เพิ่มเทคโนโลยีดิจิทัล และพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีสูงขึ้น

    ภาคยานยนต์ยังเป็นกำลังหลัก อีซูซุได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนกว่า 15,000 ล้านบาท ยกระดับฐานผลิตรถกระบะด้วยระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ ใช้พลังงานสะอาด และพัฒนาผลิตภัณฑ์รองรับมาตรฐาน Euro 6

    มาสด้า ภายใต้บริษัทร่วมทุนออโต้อัลลายแอนซ์ ได้รับอนุมัติส่งเสริมกว่า 7,400 ล้านบาท ปรับปรุงโรงงานรองรับการผลิตรถยนต์รุ่นใหม่แบบ MHEV โดยใช้ไทยเป็นฐานหลักเพื่อจำหน่ายในประเทศและส่งออกไปญี่ปุ่นและอาเซียน

    มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประกาศแผนลงทุนเพิ่ม 16,000 ล้านบาทภายในปี 2573 รองรับเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า พร้อมใช้ไทยเป็นฐานผลิต All New Pajero เพื่อจำหน่ายในไทยและส่งออกทั่วโลก ส่วนฮอนด้าเตรียมลงทุนเพิ่ม 12,000 ล้านบาทภายในปี 2572 ผลิตรถยนต์โมเดลใหม่ 2 รุ่น ส่งผลให้ไทยเป็นประเทศเดียวที่อยู่นอกญี่ปุ่นซึ่งฮอนด้าผลิตรถยนต์รวม 8 รุ่น

    ซัพพลายเชนรถยนต์เร่งเปลี่ยนผ่านตามเทคโนโลยีใหม่ แอสเตโมได้รับอนุมัติส่งเสริม 3,500 ล้านบาท ผลิต PCU Inverter สำหรับระบบขับเคลื่อนรถยนต์ไฟฟ้า ขณะที่ไอซิน พาวเวอร์เทรนลงทุนผลิตระบบส่งกำลังสำหรับรถไฮบริด

    อิเล็กทรอนิกส์ยังเป็นอีกกลุ่มที่ขยายตัวแรง มูราตะ อิเล็กทรอนิกส์ลงทุนผลิตชิ้นส่วนขั้นสูงอย่าง MLCC ซึ่งใช้ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะและรถยนต์ ด้านพานาโซนิค แมนูแฟคเจอริ่ง อยุธยา ลงทุนผลิต Prepreg และ Copper Clad Laminate (CCL) วัสดุต้นน้ำสำหรับแผงวงจร โดยโรงงานใหม่จะเป็นฐานผลิตวัสดุ “MEGTRON” แห่งแรกในอาเซียน รองรับการเติบโตของดิจิทัลและ AI

    ด้านอากาศยาน เอ็นเอ็มบี-มินีแบ ไทย ในเครือ MinebeaMitsumi ลงทุนเพิ่มกว่า 2,600 ล้านบาท สร้างโรงงานใหม่ที่ลพบุรี ผลิตชิ้นส่วนอากาศยานความแม่นยำสูงสำหรับ Airbus และ Boeing พร้อมยกระดับไทยเป็น Global Core Factory สำหรับธุรกิจการบินของกลุ่ม และจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาที่พระนครศรีอยุธยา

    ส่วนเกษตรและอาหาร โตโย ไซกัน ได้รับอนุมัติส่งเสริม 2,470 ล้านบาท ผลิตเครื่องดื่มจากพืช ผัก ผลไม้ รวมถึงชาและกาแฟ ขณะที่อิวาตานิ คอร์ปอเรชั่น ลงทุน 840 ล้านบาท ผลิตคาร์บอนไดออกไซด์ชีวภาพเหลว โดยใช้เทคโนโลยี Carbon Capture and Utilization หรือ CCU ดักจับคาร์บอนไดออกไซด์จากกระบวนการหมักวัตถุดิบเกษตรกลับมาใช้ประโยชน์ในภาคอุตสาหกรรม

    ล่าสุดครึ่งแรกปี 2569 นักลงทุนญี่ปุ่นยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุน 123 โครงการ มูลค่า 32,790 ล้านบาท บีโอไอเตรียมเดินหน้าสนับสนุนทั้งการยกระดับฐานผลิตเดิมและการลงทุนสาขาใหม่ โดยเน้นเทคโนโลยีขั้นสูง ห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมแห่งอนาคต การวิจัยและพัฒนา รวมถึงการจัดตั้งสำนักงานภูมิภาคในไทย

    ปัจจุบันกิจการสำนักงานภูมิภาคที่ได้รับการส่งเสริมจากบีโอไอกว่า 40% มาจากญี่ปุ่น สะท้อนบทบาทของไทยในฐานะฐานธุรกิจและซัพพลายเชนของบริษัทญี่ปุ่นสำหรับตลาดอาเซียนและตลาดโลก

    https://www.facebook.com/share/p/1MWX2RLnoj/
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,311
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ค่ายรถยนต์ไฟฟ้าจีนยึดมิวนิก ตั้งฐาน R&D EV เขย่าค่ายรถเยอรมัน ดูดคนเก่ง BMW

    Nikkei Asia รายงานว่า นครมิวนิก เยอรมนี กำลังกลายเป็นฐานวิจัยและพัฒนา (R&D) สำคัญของผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจีนในยุโรป เมื่อค่าย EV แห่ตั้งศูนย์ออกแบบและเทคโนโลยีในเมืองเดียวกับสำนักงานใหญ่ BMW สะท้อนการแข่งขันที่กำลังเปลี่ยนจาก “รถจีนบุกตลาดยุโรป” ไปสู่การเข้าถึงเทคโนโลยี บุคลากร และองค์ความรู้ในหัวใจอุตสาหกรรมรถยนต์เยอรมนี

    ล่าสุด Xpeng เปิดศูนย์ R&D ในมิวนิกเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว ซึ่งเป็นฐานต่างประเทศแห่งที่ 3 ต่อจากสหรัฐฯ โดยมุ่งพัฒนาซอฟต์แวร์ อัลกอริทึม และการออกแบบรถให้สอดคล้องกับกฎระเบียบและพฤติกรรมผู้ใช้ในยุโรป เช่น ระบบช่วยขับขี่ที่ต้องเข้าใจสภาพถนนและ “กฎที่ไม่ได้เขียนไว้” อย่างการให้ทางแก่คนเดินเท้าและจักรยาน

    ก่อนหน้านี้ Nio เข้ามาตั้งศูนย์ออกแบบตั้งแต่ปี 2015 ตามด้วย Changan Automobile ที่เปิดศูนย์ออกแบบแบรนด์ Avatr ในปี 2024 มีพนักงานกว่า 90 คน ขณะที่ Li Auto มีศูนย์วิจัยราว 30 คน และ Xiaomi มีทีมประมาณ 50 คน เน้นรถ EV สมรรถนะสูง แชสซี การออกแบบดิจิทัล และมาตรฐานยุโรป ส่วน Dongfeng Motor และ Leapmotor เป็นผู้เล่นรายล่าสุดที่เข้ามาตั้งฐานในปีนี้

    รัฐบาลแคว้นบาวาเรียระบุว่า มิวนิกดึงดูดบริษัทจีนจากการมีบริษัทเทคโนโลยีและยานยนต์จำนวนมาก มหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยชั้นนำ รวมถึงแรงงานทักษะสูง อีกทั้งอยู่ใกล้ผู้ผลิตรถยนต์และซัพพลายเออร์เยอรมัน ทำให้บริษัทจีนพัฒนาเทคโนโลยีและปรับสินค้าให้เข้ากับตลาดยุโรปได้รวดเร็วขึ้น

    อีกจุดที่น่าจับตาคือการเคลื่อนย้ายบุคลากร อดีตพนักงาน BMW หลายรายเข้าไปรับตำแหน่งสำคัญในบริษัทจีน เช่น Rudolf Dittrich หัวหน้าศูนย์ R&D ของ Xiaomi EV Europe ซึ่งเคยเป็นผู้บริหาร BMW และรับผิดชอบรถมอเตอร์สปอร์ตของกลุ่ม รวมถึง Kai Langer อดีตครีเอทีฟไดเรกเตอร์ BMW ซึ่งปัจจุบันดูแลประสบการณ์ผู้ใช้ของ Xiaomi

    ขณะเดียวกัน Francois-Xavier Robert ผู้เชี่ยวชาญระบบแบตเตอรี่ของ Xpeng เคยเป็นหัวหน้าวิศวกรพัฒนาแบตเตอรี่แรงดันสูงของ BMW ส่วน Lukas Pointner-Gabriel วิศวกรอาวุโสของ Li Auto เคยทำงานในศูนย์วิจัยด้านระบบส่งกำลังในมิวนิก

    ปรากฏการณ์นี้ไม่ได้เกิดจากเงินเดือนที่สูงกว่าอย่างชัดเจน โดยค่าตอบแทนนักออกแบบอาวุโสของ Xpeng, Xiaomi และ BMW ในมิวนิกอยู่ในช่วงใกล้เคียงกันราว 60,000-90,000 ยูโรต่อปี แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่าบริษัทจีนมีจุดแข็งเรื่องความคล่องตัว นวัตกรรม และความเร็วในการนำแนวคิดไปผลิตจริง

    นักวิเคราะห์รายหนึ่งระบุว่า นักออกแบบที่ย้ายจาก Volkswagen และ BMW ไปทำงานกับบริษัทจีนพบว่ากระบวนการพัฒนาเร็วกว่าอย่างมาก โดยข้อเสนอด้านการออกแบบบางอย่างสามารถถูกนำไปปรับใช้ได้ภายในวันถัดไป

    การรุกเข้ามาของบริษัทจีนเกิดขึ้นในช่วงที่อุตสาหกรรมรถยนต์เยอรมนีกำลังเผชิญแรงกดดันทั้งยอดขายในจีนที่ลดลง การแข่งขันจาก EV จีน ต้นทุนการผลิตสูง และแรงกดดันด้านภาษีจากสหรัฐฯ

    BMW ประกาศปลายเดือนกรกฎาคมว่าจะลดพนักงาน 8,000 ตำแหน่งผ่านโครงการลาออกโดยสมัครใจ ขณะที่ Volkswagen เตรียมลดพนักงานสูงสุด 50,000 ตำแหน่ง และอาจปิดโรงงานหลายแห่งในเยอรมนี

    ท่ามกลางการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ มิวนิกจึงไม่ได้เป็นเพียงฐานของ BMW และ Audi อีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็น “ศูนย์กลาง R&D ของ EV จีนในยุโรป” เปิดทางให้บริษัทจีนเข้าถึงทั้งเทคโนโลยี บุคลากร และความเข้าใจตลาดยุโรป ขณะที่ผู้ผลิตรถยนต์เยอรมนีต้องเผชิญการแข่งขันในบ้านของตัวเองหนักขึ้นเรื่อยๆ

    https://www.facebook.com/share/p/1BzV2CpWpD/
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,311
    ค่าพลัง:
    +97,153
    การทดลองวัคซีนมะเร็ง mRNA ของ BioNTech ถูกยุติลง เนื่องจากพบสัญญาณอัตราการเสียชีวิต

    บริษัท BioNTech ได้ยุติการทดลองทางคลินิกระยะที่ 2 ของ "วัคซีน" รักษาโรคมะเร็งชนิด mRNA แบบเฉพาะบุคคลอย่างกะทันหัน หลังจากคณะกรรมการความปลอดภัยอิสระพบความไม่สมดุลที่น่าตกใจ ในอัตราการรอดชีวิต โดยรวมระหว่างกลุ่มผู้รับการรักษา
    • การทดลองนี้ ซึ่งรู้จักกันในชื่อBNT122-01 (NCT04486378) ได้ทำการลงทะเบียนผู้ป่วยประมาณ 327 ราย ที่ได้รับการผ่าตัดมะเร็งลำไส้ใหญ่ระยะที่ 2 หรือระยะที่ 3 ที่มีความเสี่ยงสูง
    • และยังคงตรวจพบดีเอ็นเอของเซลล์มะเร็งในกระแสเลือด
    • ผู้เข้าร่วมการทดลองได้รับการสุ่มให้ได้รับการรักษาด้วยภูมิคุ้มกันบำบัดมะเร็งด้วย mRNA แบบเฉพาะบุคคลของ BioNTech คือ เซวูเมแรน (BNT122/RO7198457) หรือการเฝ้าระวังอาการ

    ผู้ป่วยในกลุ่มที่ได้รับการรักษาด้วย mRNA ได้รับการรักษาด้วยการให้ยาในปริมาณสูงมาก โดยให้ยาทางหลอดเลือดดำมากถึง 15 ครั้ง ตลอดระยะเวลาประมาณหนึ่งปี— โดยให้ยา 6 ครั้งต่อสัปดาห์ในช่วง 6 สัปดาห์แรกของการรักษา จากนั้นให้ยาอีก 2 ครั้งในช่วงเวลา 2 สัปดาห์ในเดือนถัดไป และตามด้วยยาอีก 7 ครั้งทุกๆ 6 สัปดาห์ตลอดช่วงที่เหลือของปี
    • คณะกรรมการตรวจสอบความปลอดภัยของข้อมูลอิสระได้รายงานว่า“มีความไม่สมดุลเชิงตัวเลขในอัตราการรอดชีวิตโดยรวมระหว่างกลุ่มการรักษา”
    • และสรุปว่าการดำเนินการศึกษาต่อไม่น่าจะเปลี่ยนแปลงผลลัพธ์ด้านประสิทธิภาพได้ จึงแนะนำให้หยุดการรักษาและยุติการทดลองทางคลินิกทั้งหมด และ BioNTech ยอมรับคำแนะนำดังกล่าว

    กล่าวโดยง่าย อัตราการรอดชีวิตโดยรวมวัดว่าผู้ป่วยยังมีชีวิตอยู่ได้นานแค่ไหนหลังจากเข้าร่วมการทดลอง
    ดังนั้น ความไม่สมดุลจึงเป็นสัญญาณบ่งชี้อัตราการเสียชีวิตระหว่างกลุ่มต่างๆ

    บริษัทไบโอเอ็นเทคยังไม่ได้เปิดเผยจำนวนผู้เสียชีวิตในแต่ละกลุ่ม อัตราการเสียชีวิต อัตราส่วนความเสี่ยง สาเหตุการเสียชีวิต หรือกลุ่มการรักษาใดที่มีอัตราการรอดชีวิตต่ำกว่า
    บทความ

    • สิ่งที่น่ากังวลยิ่งกว่านั้นคือ การทดลองได้ผ่านจุดสิ้นสุดของผลลัพธ์ที่กำหนดไว้แล้วตั้งแต่เดือนตุลาคม 2025 ซึ่งบ่งชี้ว่าผลลัพธ์ที่สะสมมานั้นไม่น่าจะแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพตามที่ตั้งใจไว้
    อย่างไรก็ตาม BioNTech ยังคงดำเนินการศึกษาต่อไป
    ในขณะที่กลุ่มผู้ผลิตวัคซีนกำลังเร่งผลักดันเทคโนโลยี mRNA เข้าสู่โรคต่างๆ มากมาย
    การทดลองนี้ถือเป็นความล้มเหลวครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่งของเทคโนโลยีนี้ โดยครั้งนี้เกิดขึ้นกับผู้ป่วยมะเร็ง ซึ่งมีความเสี่ยงสูงมาก
    การติดตามประสิทธิภาพและความปลอดภัยอย่างเข้มข้น เป็นเพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วยและประชาชน

    นิโคลัส ฮุลเชอร์, MPH
    บทความจาก Focal Point 29/8/2026
    https://open.substack.com/pub/peter...h-mrna-cancer-vaccine?r=3an661&utm_medium=ios

    สิ่งที่ต้องพิจารณายังอยู่ที่เปลือกที่ห่อหุ้มซึ่งเป็น อนุภาคนาโนไขมันด้วย

    วารสาร Nano today อนุภาคนาโนไขมันชนิดไฟเซอร์ เพิ่มการแพร่กระจายของมะเร็งในหนู ได้มากกว่า 10 เท่า แม้ไม่มี mRNA

    นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเสฉวน พบ ว่า อนุภาคไขมันนาโน (LNPs) ที่จำลองมาจากอนุภาคที่ใช้ในวัคซีน mRNA ส่งเสริมการแพร่กระจายของมะเร็งในหนูทดลอง แม้ว่าอนุภาคนาโนเหล่านั้นจะไม่มี mRNA อยู่ก็ตาม
    • ผลการค้นพบที่น่าตกใจนี้เกิดขึ้นในขณะที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐฯ เพิ่ง อนุมัติ วัคซีนโควิด-19 ที่ใช้ LNP ของไฟเซอร์ โดยไม่มีข้อมูลด้านความปลอดภัยและประสิทธิภาพใหม่สำหรับสูตร XFG ใหม่
    • งานวิจัยชิ้นใหม่ที่ตีพิมพ์เมื่อวันที่ 28 มีนาคมใน วารสาร Nano Today มีชื่อเรื่องตรงไปตรงมาว่า “อนุภาคนาโนไขมันที่ใช้ในวัคซีน mRNA ส่งเสริมการแพร่กระจายของเนื้องอกในแบบจำลองหนูผ่านการกระตุ้นนิวโทรฟิลและ NETosis ที่เกิดจาก mtDNA”
    ผู้เขียนได้รายงานว่า:
    “ในที่นี้ เราแสดงให้เห็นว่าการให้ LNP ส่งเสริมการแพร่กระจายของเนื้องอกโดยการกระตุ้นให้เกิดการอักเสบในระบบร่างกาย”
    ทีมวิจัยจำนวน 18 คนนี้ ส่วนใหญ่ประจำอยู่ที่ห้องปฏิบัติการวิจัยด้านความชราและเป้าหมายยาต้านมะเร็ง ห้องปฏิบัติการหลักแห่งรัฐด้านชีวบำบัด ศูนย์วิจัยทางคลินิกแห่งชาติเพื่อผู้สูงอายุ และโรงพยาบาลเวสต์ไชน่า มหาวิทยาลัยเสฉวน ในเมืองเฉิงตู ประเทศจีน

    งานวิจัยนี้ได้รับการสนับสนุนทุนจากโครงการวิจัยและพัฒนาหลักแห่งชาติของจีน ภายใต้ทุนสนับสนุนหมายเลข 2024YFC2310700 และโครงการ “1.3.5 สำหรับสาขาวิชาที่เป็นเลิศ” ของโรงพยาบาลเวสต์ไชน่า มหาวิทยาลัยเสฉวน
    นักวิจัยได้แจ้งว่าไม่มีผลประโยชน์ทางการเงินที่อาจขัดแย้งกัน
    และสิ่งที่พวกเขาค้นพบนั้นก่อให้เกิดคำถามโดยตรงเกี่ยวกับการตรวจสอบความปลอดภัยที่ใช้กับอนุภาคไขมันนาโนที่ใช้ในการฉีดวัคซีนหมู่

    นอกจากนี้ บทความในวารสาร Nature Reviews Drug Discovery ฉบับเดือนมกราคม 2023
    Strategies to reduce the risks of mRNA drug and vaccine toxicity
    https://www.nature.com/articles/s41573-023-00859-3
    ซึ่งเขียนร่วมโดยนักวิทยาศาสตร์ของ Moderna ยังยอมรับอย่างตรงไปตรงมา ว่า การหลีกเลี่ยง “ความเป็นพิษที่ยอมรับไม่ได้” ในวัคซีน mRNA ยังคงเป็นความท้าทายที่สำคัญ โดยเตือนว่า “ส่วนประกอบโครงสร้างของอนุภาคไขมันนาโน วิธีการผลิต วิธีการให้ยา และโปรตีนที่ผลิตจาก mRNA ที่ซับซ้อน ล้วนก่อให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความเป็นพิษ” และวิธีการที่วัคซีนเหล่านี้แพร่กระจายไปทั่วร่างกายอาจก่อให้เกิดอันตรายเนื่องจาก “การเลือกเป้าหมายของเซลล์และการกระจายตัวของเนื้อเยื่อ… และปฏิกิริยาที่อาจเกิดขึ้นได้”

    Pfizer-Type Lipid Nanoparticles Even Containing No mRNA Increase Metastatic Tumor Burden More Than 10-Fold in Mice…
    https://www.sciencedirect.com/scien...26000666?utm_medium=email&utm_source=substack

    บทความสรุปโดย คุณ
    Jon Fleetwood
    https://jonfleetwood.substack.com/p/pfizer-type-lipid-nanoparticles-even?r=3an661&utm_medium=ios

    https://www.facebook.com/share/p/14sdD2o276X/
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,311
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ยังไม่เห็นใครนำเสนอ เขียนเองเลยละกัน
    เรื่องดราม่า ไทย กัมพูชา ในการประชุม ผู้ใช้ภาษาฝรั่งเศส
    แบบสั้นๆ ลดรายละเอียดลง จะได้เข้าใจง่าย

    - มีการประชุม กลุ่มประเทศผู้ใช้ภาษาฝรั่งเศส ไทยเข้าร่วมด้วย กัมพูชาด้วย

    - ทีนี้ ที่เขาประชุม คือหลากหลาย ภาวะโลกร้อน มลพิษ การอพยพ อาหาร ฯลฯ แล้วแต่ ที่แต่ละประเทศจะหยิบหัวข้ออะไร

    - มาถึงคิวกัมพูชา พี่แกเปิดเลย ไทยรุกราน ไทยโจมตี ไทยยึดครอง ฯลฯ

    - ตามมารยาท คู่กรณีที่ถูกกล่าว (ในที่นี้คือไทย) จะยกมือ ค้าน ปฎิเสธ ก็น่าเกลียด ผิดมารยาท

    - ไทยเลยไปวาน ประเทศนึง ค้านให้หน่อย (ทางสื่อกัมฯอ้างนะว่าเราไหว้วาน)

    - ประเทศดังกล่าว ค้าน หัวข้อนี้ ให้เหตุผล คู่ขัดแย้งควรตกลงกัน มีเวทีการเจรจา บลาๆๆ

    - ที่นี้กัมฯฉุนขาดเลย คิดว่าชั้นมาประชุมเพราะอะไร จะมาแฉคนไทยนี่ไง แล้วไทยเลวมาก ไปวานประเทศอื่นมาตีตก

    - แล้วกัมฯก็ ก่อหวอด โวยวาย ไทยอยู่เบื้องหลัง

    - ทีนี้ ทางสื่อกัมพูชาเลย เอาไปพาดหัวข่าว ด่าไทย

    - แล้วมีฑูต ท่านนึง ติดต่อสื่อกัมพูชา ขอให้แก้พาดหัวหน่อย เพราะมันดูรุนแรงไป

    - ทางสื่อกัมพูชา รีบโวย ไทยใช้วิธี ไหว้วานคนอื่นอีกแล้ว

    ตอนนี้สื่อกัมพูชาก็ยังโวยวายอยู่
    จบ

    https://www.facebook.com/share/18VAE437Y1/
     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,311
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ความตึงเครียดในเส้นทางยุทธศาสตร์พลังงานโลกทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เมื่ออิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างสิ้นเชิง พร้อมเตรียมกำหนดเขตควบคุมการเดินเรือแห่งใหม่

    อิหร่านลั่น “ช่องแคบฮอร์มุซปิดสนิท” จ่อตั้งเขตหวงห้ามทางทะเล ตอบโต้สหรัฐฯ ท่ามกลางวิกฤตพลังงานโลก

    พลเอก มอห์เซน เรซาอี (Mohsen Rezaei) เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่าน เปิดเผยผ่านสถานีโทรทัศน์แห่งชาติว่า ขณะนี้ช่องแคบฮอร์มุซอยู่ในสถานะ “ปิดโดยสมบูรณ์” ภายใต้การควบคุมของกองทัพอิหร่าน โดยปฏิเสธคำแถลงของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ที่ระบุว่าเส้นทางดังกล่าวยังเปิดใช้งานอยู่ พร้อมระบุว่าปัจจุบันมีเรือสัญจรผ่านเพียง 7 ถึง 8 ลำต่อวันเพื่อขนส่งสินค้าจำเป็นของอิหร่าน จากเดิมที่มีปริมาณการเดินเรือกว่า 100 ลำต่อวัน นอกจากนี้ ฝ่ายความมั่นคงอิหร่านกำลังเตรียมประกาศกำหนด “เขตหวงห้ามทางทะเล” บริเวณนอกช่องแคบ ซึ่งหากเรือลำใดรุกล้ำเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาตจะถูกขึ้นบัญชีคว่ำบาตรและระงับการผ่านเส้นทางดังกล่าว

    ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านยังอ้างว่า แม้กองกำลังสหรัฐฯ จะพยายามคุ้มกันเรือพาณิชย์ 5 ถึง 6 ลำผ่านน่านน้ำใกล้โอมาน แต่เรือเหล่านั้นมักตกเป็นเป้าหมายของการโจมตี ทว่าอิหร่านเลือกที่จะไม่จมเรือบรรทุกน้ำมันเพื่อป้องกันหายนะทางสิ่งแวดล้อมในภูมิภาค เรซาอียังอ้างเพิ่มเติมว่ากองทัพอิหร่านได้ทดสอบขีปนาวุธต่อต้านเรือรบที่พัฒนาขึ้นเองใกล้กับเรือรบของสหรัฐฯ ในช่วง 48 ชั่วโมงก่อนหน้า เพื่อแสดงแสนยานุภาพเชิงป้องปรามทางยุทธศาสตร์

    ในมิติด้านเศรษฐกิจ ทางการอิหร่านยืนยันว่าการปิดล้อมทางทะเลและการกดดันทางเศรษฐกิจจากสหรัฐฯ ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพภายในประเทศจนเกิดวิกฤตตามที่มีกระแสข่าว โดยระบุว่าอิหร่านมีการสำรองอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นไว้อย่างเพียงพอ รวมถึงยังคงสามารถส่งออกน้ำมันและดำเนินการรับชำระเงินได้ตามปกติ

    อย่างไรก็ตาม ข้อมูลบางส่วนยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    Fact Check
    ✔ ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว: พลเอก มอห์เซน เรซาอี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่าน แถลงผ่านสื่อทางการอิหร่านเกี่ยวกับการเตรียมประกาศเขตหวงห้ามทางทะเลรอบช่องแคบฮอร์มุซ และการระบุว่าเส้นทางดังกล่าวปิดทำการเดินเรือทั่วไป
    ⚠ ข้อมูลที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ: ข้อกล่าวอ้างเรื่องเรือที่สหรัฐฯ คุ้มกันถูกโจมตีเสียหาย และการทดสอบยิงขีปนาวุธเฉียดเรือรบสหรัฐฯ ภายในช่วง 48 ชั่วโมงที่ผ่านมา
    ✖ ข้อมูลที่ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน: ข้อมูลความเสียหายของเรือรบหรือเรือสินค้าสหรัฐฯ ตามที่อิหร่านกล่าวอ้าง ซึ่งกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ และหน่วยงานอิสระยังไม่ได้ยืนยัน

    ระดับความน่าเชื่อถือของข่าว:
    Partially Confirmed – แถลงการณ์มาจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านผ่านสื่อรัฐและสำนักข่าวระหว่างประเทศรายงานตรงกัน แต่ข้ออ้างการปะทะและการโจมตีเรือรบสหรัฐฯ ยังไม่มีการยืนยันจากฝ่ายสหรัฐฯ หรือหน่วยงานตรวจการณ์อิสระ

    Status: Developing Story – ข้อมูลอาจมีการอัปเดตเมื่อมีการยืนยันเพิ่มเติมSource: Anadolu Agency, Xinhua, Mehr News Agency

    https://www.facebook.com/share/1Bt2aZkx51/
     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,311
    ค่าพลัง:
    +97,153
    จุดผ่านแดนสำคัญริมแม่น้ำดานูบสั่นสะเทือนอีกครั้ง หลังรัสเซียเดินหน้าปฏิบัติการโจมตีทางอากาศใกล้พรมแดนชาติพันธมิตรนาโตเป็นคำรบที่สองในรอบสัปดาห์

    รัสเซียถล่มซ้ำจุดข้ามแดนยูเครน-โรมาเนีย เส้นทางส่งออกธัญพืชหลักของเคียฟริมแม่น้ำดานูบสะดุด

    มีรายงานว่ากองทัพรัสเซียได้เปิดฉากโจมตีทางอากาศระลอกใหม่เข้าใส่จุดผ่านแดนออร์ลิฟกา–อิซัคเชีย (Orlivka–Isaccea) ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างแคว้นโอเดสซาของยูเครนกับประเทศโรมาเนีย ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานบริเวณด่านข้ามฟากแม่น้ำดานูบ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวนับเป็นการโจมตีพื้นที่นี้เป็นครั้งที่สองภายในช่วงเวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์

    พื้นที่ข้ามแดนแห่งนี้มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ระดับสูง เนื่องจากเป็นเส้นทางหลักในการลำเลียงสินค้าเกษตรและธัญพืชของยูเครนออกสู่ตลาดโลกหลังจากเส้นทางเดินเรือทางทะเลดำเผชิญข้อจำกัด อีกทั้งยังเป็นจุดเชื่อมต่อพรมแดนเข้าสู่โรมาเนียซึ่งมีสถานะเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปและองค์การนาโต จึงทำให้สถานการณ์ความมั่นคงในบริเวณชายขอบยุโรปตะวันออกตึงเครียดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

    เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและหน่วยงานฉุกเฉินได้เข้าควบคุมพื้นที่เพื่อประเมินความเสียหายและดูแลความปลอดภัยของเส้นทางลำเลียง ท่ามกลางความกังวลว่าการโจมตีซ้ำในระยะประชิดพรมแดนโรมาเนียอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพการขนส่งสินค้าเกษตรและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเผชิญหน้าในระดับภูมิภาค

    อย่างไรก็ตาม ข้อมูลบางส่วนยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    Fact Check
    ✔ ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว: รัสเซียเปิดฉากโจมตีทางอากาศใส่จุดข้ามแดนออร์ลิฟกา–อิซัคเชีย บริเวณแคว้นโอเดสซา ซึ่งเชื่อมต่อยูเครนกับโรมาเนีย เป็นครั้งที่สองในรอบหนึ่งสัปดาห์
    ⚠ ข้อมูลที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ: ขอบเขตความเสียหายทั้งหมดของโครงสร้างพื้นฐานบริเวณท่าเทียบเรือข้ามฟากและระยะเวลาในการระงับการสัญจร
    ✖ ข้อมูลที่ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน: รายงานความเสียหายหรือผลกระทบทางกายภาพข้ามเข้าไปในฝั่งดินแดนของประเทศโรมาเนีย

    ระดับความน่าเชื่อถือของข่าว:
    Confirmed – รายงานยืนยันตรงกันโดยสื่อหลักระดับภูมิภาคและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น

    Status: Developing Story – ข้อมูลอาจมีการอัปเดตเมื่อมีการยืนยันเพิ่มเติมSource: The Kyiv Independent

    https://www.facebook.com/share/p/19JgMmP9F4/
     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,311
    ค่าพลัง:
    +97,153
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,311
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เท้ง จี้รัฐบาลรับปาก 3 ข้อปฏิรูปงบประมาณ ชี้งบปี 70 กว่า 90% เป็นโครงการเดิม

    เท้ง จี้รัฐบาลรับปาก 3 ข้อปฏิรูปงบประมาณ ชี้งบปี 70 กว่า 90% เป็นโครงการเดิม : https://www.khaosod.co.th/politics/news_10389794

    https://www.facebook.com/share/1C1W8TiHrp/
     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,311
    ค่าพลัง:
    +97,153
    สู้ขาดใจญี่ปุ่น “สู้ค่าเงิน” ทุ่มแรงสุดประวัติศาสตร์ชาติ‼️‼️‼️และล่าสุด ผลงอกเงย! เยนลุกโด่แข็งสุดในรอบ 7 เดือนแข็งปั๋งแตะ 154 เยน/ดอลลาร์แล้ว!
    FB_IMG_1788779163366.jpg
    ส่องจ้องตัวเลขเดือนสิงหาคม ปรากฏว่าใจถึงกับเต้นระรัว! ทุนสำรองระหว่างประเทศ (reserve) ของญี่ปุ่นถูกดูดซู้ดๆ หายไปถึง 8 หมื่นล้านดอลลาร์ แรงสุดเป็นประวัติการณ์⚠️⚠️⚠️

    ดูดไปไหน ...
    คงมิต้องบอกกล่าว
    เดาได้ หลักๆ ก็เพราะควักออกไปสู้ค่าเงิน ประกอบกับมูลค่าพวกพันธบัตรรัฐบาลที่ถือไว้มันตกด้วย

    4 เดือนซ้อนแล้ว ที่ทุนสำรองฯ วูบลง
    8 หมื่นล้านดอลลาร์ที่หายไป คิดเป็นถึง 6.18%
    ตอนนี้ทุนสำรองฯ หดเหลือ 1.207 ล้านล้านดอลลาร์

    ...

    ยอดสะสมปีนี้ (ที่เป็นตัวเลขทางการ) ชักไป “สู้ค่าเงิน” รวมสูงถึง 27.1 ล้านล้านเยน
    ซึ่งนี่ยังไม่ครบปีเลย แต่มันคือสถิติสูงสุดในประวัติศาสตร์แดนอาทิตย์อุทัยแล้ว
    (ล้มสถิติเดิมของปี 2003)

    คือนานไปก็ไม่ดีแหละแบบนี้ ทุกคนทราบ ...

    ปลายๆ ก.ค. เงินเยนถลันหลุด ไหลไปอ่อนสุดในรอบ 40 ปี!!!!!!!!! (เหยียบ 164 เยน/ดอลลาร์)

    ก็สู้จนได้ดี
    มาวันนี้ แข็งแตะ 154 เยน/ดอลลาร์
    ก็ใจชื้นมาหน่อย

    แต่ก็ ... อย่างที่เพจเดือดฯ ย้ำมาตลอด สู้มาหลายปีละนะ เป็นสงครามที่ไม่สุดสิ้น
    พอควักทุ่มสู้ ก็ต้านได้พักหนึ่ง ขืนมาแข็งหน่อย
    แต่สุดท้าย ... ก็กลับมาอ่อนระทวย อ่อนย้วยยับ กลับมายืนที่เดิม และไปไกลกว่าเดิมอีก
    โดนทะลวงล้วงลึกให้อ่อนระทมกว่าเดิม

    แล้วก็วนซ้ำ สู้ใหม่ แข็งฟื้น แล้วก็อ่อนใหม่ ...

    ครั้งนี้ จะรอดไปได้สักกี่น้ำ

    (และเงินมันก็หมดไปเรื่อยๆ หนา และยิ่งวันจะยิ่งผลาญหนักข้อด้วย)

    วันนี้ดีใจที่แข็ง
    แต่แลไปยาวๆ ก็หวั่น
    เสียวลึกถึงทรวงใน

    https://www.cnbc.com/2026/09/07/japan-foreign-reserves-yen-intervention.html

    https://www.facebook.com/share/1F6UTVV2sg/
     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,311
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เนปาล–ทิเบต | ยอดสูญเสียพุ่ง ธารน้ำแข็งถล่ม
    มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1,385 รายบาดเจ็บมากกว่า 5,300 ราย
    และสูญหายอย่างน้อย 5,405 รายฝั่งเนปาลเสียหายมากกว่า $2.57B
    หรือประมาณ 84,600 ล้านบาท ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 7 กันยายน 2569

    https://www.facebook.com/share/p/184dkAa8ie/
     
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,311
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ญี่ปุ่นขาย "พันธบัตรสหรัฐ"
    ครั้งใหญ่ ระดมทุน
    "1 แสนล้านดอลลาร์"
    เพื่อพยุงค่าเงินเยน

    ญี่ปุ่นกำลังใช้กระสุนครั้งใหญ่เพื่อป้องกันการอ่อนค่าของเงินเยน หลังข้อมูลจากกระทรวงการคลังญี่ปุ่นเปิดเผยว่า ทุนสำรองระหว่างประเทศ ณ สิ้นเดือนสิงหาคมลดลง $79.6 billion หรือ 6.18% จากเดือนก่อน เหลือ $1.208 trillion ถือเป็นการลดลงรายเดือนครั้งใหญ่ที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยมูลค่าหลักทรัพย์ต่างประเทศในทุนสำรองลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งสินทรัพย์ส่วนใหญ่ในหมวดนี้คือพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ

    การลดลงเกิดขึ้นหลังญี่ปุ่นเข้าแทรกแซงตลาดเงินครั้งใหญ่เพื่อซื้อเงินเยนและขายดอลลาร์ โดยกระทรวงการคลังยืนยันว่า ระหว่างวันที่ 30 กรกฎาคมถึง 26 สิงหาคม ญี่ปุ่นใช้เงินถึง 15.3993 trillion yen หรือประมาณ $96–99 billion ถือเป็นการแทรกแซงค่าเงินรายเดือนครั้งใหญ่ที่สุดของประเทศ

    เหตุผลคือเงินเยนเคยอ่อนเข้าใกล้ระดับ 164 เยนต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับอ่อนค่าหนักในรอบหลายทศวรรษ ทำให้รัฐบาลกังวลว่าค่าเงินที่อ่อนเกินไปจะเพิ่มต้นทุนสินค้านำเข้าและสร้างแรงกดดันเงินเฟ้อภายในประเทศ หลังการแทรกแซงและความคาดหวังว่า Bank of Japan จะขึ้นดอกเบี้ย เงินเยนล่าสุดแข็งค่าทะลุระดับ 155 และขึ้นสู่ระดับแข็งสุดในราว 7 เดือน

    ประเด็นที่ตลาดโลกต้องจับตาคือ หากญี่ปุ่นจำเป็นต้องป้องกันเงินเยนต่อ การลดสินทรัพย์ดอลลาร์รวมถึง Treasury เพิ่มเติมอาจสร้างแรงกดดันต่อตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ ในช่วงที่ Bond Yield อยู่ในระดับสูงอยู่แล้ว


    ญี่ปุ่นขายสินทรัพย์ดอลลาร์เพื่อพยุงเงินเยน ขณะที่ Fed ยังมีโอกาสขึ้นดอกเบี้ย — โลกการเงินกำลังเข้าสู่ช่วงที่ “เงินทุนเปลี่ยนทิศ” อย่างรวดเร็ว

    เมื่อ ดอกเบี้ย ค่าเงิน หนี้รัฐบาล สงคราม พลังงาน และ AI กำลังเปลี่ยนพร้อมกัน คำถามสำคัญสำหรับนักลงทุนไม่ใช่แค่ว่า “ตลาดจะขึ้นหรือลงพรุ่งนี้”

    แต่คือ เงินก้อนใหญ่ของโลกกำลังไหลไปไหน และใครจะเป็น Next Winner ในทศวรรษหน้า ?

    https://www.facebook.com/share/1BqMdfcRHE/
     
  17. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,311
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ด่วน ! ราคาน้ำมันดิบ Brent
    พุ่งเฉียด 100 เหรียญอีกครั้ง !

    หลังโรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่
    "4 แสนบาร์เรล/วัน"
    ของซาอุดิอาระเบียถูกโจมตีอีกครั้ง

    https://www.facebook.com/share/p/1B1qoe9kLp/
     
  18. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    234,311
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ดร.สันติธารชี้แก้ปัญหาดาต้าเซ็นเตอร์ ต้องเร่งจัดระบบข้อมูลสะท้อนเห็นปัญหาจริง พร้อมวางกรอบดูแลผ่าน 3 เลนส์ สิ่งแวดล้อม –โครงสร้างพื้นฐาน – ความคุ้มค่าการลงทุนให้สอดคล้องยุทธศาสตร์ประเทศ

    ดร.สันติธาร เสถียรไทย กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง โพสต์ข้อความใน
    เฟซบุ๊ก สันติธาร เสถียรไทย – Dr Santitarn Sathirathai แสดงความคิดเห็น ประเด็นอนาคต Data Center ในประเทศไทย ระบุว่า

    ช่วงนี้เรื่อง Data Center กลายเป็นหนึ่งในประเด็นที่ถูกถกเถียงกันมากในประเทศไทย
    ด้านหนึ่ง เราเห็นบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกเข้ามาลงทุนด้วยเม็ดเงินมหาศาล และมีความหวังว่าไทยจะเป็นหนึ่งในศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัลและ AI ของภูมิภาค

    แต่อีกด้านหนึ่ง ก็มีคำถามว่า Data Center ใช้ไฟ ใช้น้ำมากแค่ไหน กระทบชุมชนหรือไม่ สร้างงานให้คนไทยจริงเท่าไร และสุดท้ายประเทศไทยได้อะไรกลับมา
    ความเห็นจึงเริ่มแบ่งเป็นสองขั้ว ฝั่งหนึ่งมองว่านี่คือการลงทุนแห่งอนาคต ต้องดึงเข้ามาให้มากที่สุด อีกฝั่งมองว่าใช้ทรัพยากรมากแต่สร้างงานไม่มาก แล้วเราจะเอาไปทำไม
    จริง ๆ แล้วนี่ไม่ใช่เรื่องที่ไทยถกเถียงอยู่ประเทศเดียว หลายประเทศที่ Data Center เติบโตเร็วกำลังเจอคำถามคล้ายกัน

    วันก่อนผมมีโอกาสเข้าร่วมการประชุม คณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ เป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นกลไกใหม่ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อดูเรื่องนี้อย่างเป็นระบบมากขึ้น
    จึงขอแชร์บางข้อคิดส่วนตัวที่ได้เผื่อจะเป็นประโยชน์ครับ
    สำหรับผม สิ่งแรกที่สำคัญคือต้อง ‘เปิดแผล’ ด้วยการ ‘เก็บดาต้า’ เรื่องดาต้าเซ็นเตอร์ให้ครบเสียก่อน

    วันนี้ข้อมูล Data Center ของไทยยังกระจัดกระจาย ไม่มีฐานข้อมูลชุดเดียวที่ทำให้เราเห็นภาพครบจริงๆว่า มีอยู่เท่าไร อยู่ตรงไหน และจะสร้างความต้องการไฟ น้ำ และทรัพยากรอื่นในอนาคตเพียงใด

    เรื่อง “ประเภท” ก็สำคัญ เพราะ Data Center ไม่ได้เหมือนกันทั้งหมด ตั้งแต่ แบบทั่วไป, Hyperscaler ไปจนถึง AI Data Center แต่ละแบบใช้ทรัพยากรต่างกัน และสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจให้ประเทศในรูปแบบและระดับที่ต่างกัน
    บางปัญหาอาจสะสมมานาน บางเรื่องเพิ่งเกิดจากการเติบโตอย่างรวดเร็ว และบางเรื่องอาจยังไม่เป็นปัญหาวันนี้ แต่จะกลายเป็นปัญหาได้ถ้าเราไม่เตรียมตัว
    ถ้าเราไม่เห็นปัญหาตามจริง ก็แก้ให้ตรงจุดไม่ได้

    และเมื่อเห็นข้อมูลแล้ว อาจจะมามอง Data Center ผ่านอย่างน้อย 3 เลนส์

    เลนส์ที่ 1: มอง “เสมือนโรงงาน”
    แม้สิ่งที่ Data Center ผลิตจะอยู่ในโลกดิจิทัล แต่ทรัพยากรที่ใช้และผลกระทบอยู่ในโลกจริง
    ต้องใช้ไฟฟ้าจำนวนมาก บางระบบใช้น้ำในการระบายความร้อน ต้องเชื่อมต่อระบบสายส่ง และอาจมีผลต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน

    หลายประเทศที่ไปก่อนจึงเริ่มปรับกติกา อย่างไอร์แลนด์ ซึ่ง Data Center ใช้ไฟถึงประมาณหนึ่งในห้าของทั้งประเทศ ก็เริ่มกำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติมสำหรับโครงการใหม่ ขณะที่สิงคโปร์เลือกเปิดรับ Data Center โดยมีเงื่อนไขด้านประสิทธิภาพพลังงานและพลังงานสะอาดที่เข้มขึ้น

    บทเรียนคือ กิจกรรมที่ใช้ทรัพยากรจำนวนมาก ต้องมีกติกาที่สะท้อนต้นทุนและผลกระทบของมัน
    การกำกับไม่ใช่แค่เรื่องอนุญาตหรือไม่อนุญาต แต่ต้องมีมาตรฐานขั้นต่ำที่เหมาะสม ทั้งความปลอดภัย ประสิทธิภาพการใช้ไฟและน้ำ ที่ตั้ง สิ่งแวดล้อม และผลกระทบต่อชุมชน รวมถึงทำให้ต้นทุนที่เกิดขึ้นไม่ถูกผลักไปให้ผู้ใช้รายอื่นอย่างไม่เหมาะสม

    หลักคือ เทคโนโลยีใหม่ไม่ควรหมายถึงพื้นที่ปลอดกติกา แต่ขณะเดียวกันกติกาก็ต้องมีความยืดหยุ่นเพื่อปรับตัวให้ทันเทคโนโลยี
    ผู้เล่นที่ทำผิดกฎหมายต้องจัดการอย่างเด็ดขาด แต่ต้องแยกให้ออกระหว่าง “ผู้เล่นที่ไม่ดี” กับ “อุตสาหกรรมที่ไม่ดี” เพราะทุกอุตสาหกรรมก็มีผู้เล่นที่ดีและไม่ดี

    เลนส์ที่ 2: มองเป็น “โครงสร้างพื้นฐาน”
    คำถามหนึ่งที่ได้ยินบ่อยคือ ลงทุน Data Center เป็นหมื่นเป็นแสนล้านบาท แต่สร้างงานประจำไม่มาก แล้วคุ้มหรือ ?

    คำถามนี้มีส่วนที่ถูก Data Center ไม่ใช่อุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานจำนวนมาก
    แต่ถ้าวัดด้วยจำนวนพนักงานอย่างเดียว ก็เหมือนถามว่า “การมีถนนหนึ่งเส้นสร้างงานประจำกี่ตำแหน่ง ?”

    คุณค่าของถนนไม่ได้อยู่ที่จำนวนคนทำงานบนถนน แต่อยู่ที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่มันรองรับ
    Data Center ก็คล้ายกัน เพราะเป็นโครงสร้างพื้นฐานรองรับ Cloud, AI ระบบการเงินดิจิทัล โรงงานอัจฉริยะ บริการสุขภาพ และบริการอีกมากในอนาคต
    แต่การเป็นโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ได้แปลว่ายิ่งเยอะยิ่งดี

    ถ้าจะสร้างถนน เราต้องพอรู้ว่าจะมีรถเท่าไร ไปทางไหน จึงจะรู้ว่าต้องสร้างสี่เลนหรือหกเลน
    Data Center ก็เช่นเดียวกัน
    วันนี้มีโครงการจำนวนมากทั้งที่เปิดดำเนินการแล้ว อยู่ระหว่างก่อสร้าง และกำลังอยู่ในกระบวนการพิจารณา ขณะที่ไฟฟ้า น้ำ และโครงสร้างพื้นฐานของประเทศก็มีข้อจำกัด และต้องรองรับประชาชนและกิจกรรมทางเศรษฐกิจอื่นด้วย

    เราอาจยังทำนายไม่ได้แม่นว่า AI ในอีก 5–10 ปีจะต้องใช้กำลังประมวลผลเท่าไร แต่เราก็ไม่ควรสร้างโดยไม่มีเข็มทิศ
    จึงต้องเชื่อมกับ ยุทธศาสตร์ AI และเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ ว่าเราต้องการ Data Center แบบไหน เท่าไร เพื่อรองรับเศรษฐกิจแบบไหน
    และเราจะใช้ “ถนน” ของเราดึงดูดการลงทุนด้านดิจิทัลและเอไออื่นๆที่สร้างงาน สร้างรายได้ให้ประเทศได้ไหม อย่างไร

    เพราะการมี Data Center จำนวนมาก ไม่ได้ทำให้เราเป็นเศรษฐกิจ AI โดยอัตโนมัติ ต้องมียุทธศาสตร์อื่นประกอบด้วย

    เลนส์ที่ 3: มองเป็น “การลงทุนร่วมกัน”
    เวลาบริษัทต่างชาติประกาศลงทุน เรามักพูดว่า “เขาเอาเงินมาลงทุนกับเรา”
    ซึ่งก็จริง

    แต่มีอีกด้านหนึ่ง คือ ประเทศไทยเองก็กำลังลงทุนกับเขาเช่นกัน
    ทั้งผ่านสิทธิประโยชน์ทางภาษี การจัดสรรไฟ น้ำ ที่ดิน รวมถึงการลงทุนในระบบสายส่งและโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ
    ทรัพยากรเหล่านี้ล้วนมีต้นทุนและค่าเสียโอกาส

    จึงต้องตั้งคำถามว่า
    “ประเทศไทยได้อะไรกลับมา และคุ้มกับทรัพยากรที่เราใส่ลงไปหรือไม่ ?”
    ผลตอบแทนต่อประเทศจึงไม่ควรดูเพียงมูลค่าเงินลงทุน
    แต่ต้องดูว่าเกิดห่วงโซ่อุปทานในประเทศหรือไม่

    ผู้ประกอบการไทยโดยเฉพาะ SME ได้เข้าไปมีส่วนร่วมแค่ไหน
    คนไทยได้ทักษะและงานคุณภาพเพิ่มขึ้นหรือไม่
    เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยี และช่วยสร้างระบบนิเวศ AI ในประเทศไทยมากขึ้นหรือไม่
    รวมถึงความต้องการพลังงานจำนวนมากของ Data Center จะสามารถช่วยเร่งให้เกิด พลังงานสะอาดใหม่ ในประเทศไทยได้หรือไม่

    ซึ่งหลายเรื่องเหล่านี้ก็อยู่ในแนวทางที่กำลังพิจารณา
    แน่นอน Data Center แห่งหนึ่งคงทำทุกอย่างไม่ได้
    บางอย่างต้องออกแบบ บางอย่างต้องกำหนดเป็นเงื่อนไข และบางอย่างต้องเจรจาแลกมา ให้ผู้เล่นแข่งกันว่าใครสร้างประโยชน์ในประเทศได้มากกว่ากัน

    เพราะถ้าประเทศไทยลงทุนทรัพยากรของเราไปพร้อมกับนักลงทุน เราก็ควรคิดถึง “ผลตอบแทนต่อประเทศ” เช่นเดียวกับที่นักลงทุนคิดถึงผลตอบแทนของเขา
    ไม่ต้องเลือกระหว่าง “เอา” กับ “ไม่เอา”

    สุดท้าย Data Center ก็เหมือนหลายอุตสาหกรรม มีผู้เล่นหลายประเภท และแต่ละโครงการสร้างคุณค่าให้ประเทศไม่เท่ากัน เราจึงต้องระวังสองขั้ว
    กลัวจนปิดประตู - จนพลาดโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจยุค AI
    กับ
    อยากได้จนเปิดประตูหมด - เห็นตัวเลขเงินลงทุนแล้วรับทุกโครงการ โดยไม่คิดให้ครบถึงต้นทุนและผลกระทบที่ตามมา

    สำหรับผม 3 เลนส์นี้ทำให้เห็นว่า สิ่งที่เราต้องทำต่อจากนี้ค่อนข้างชัด
    เราต้องเริ่มจาก “เปิดแผล” เปิดข้อมูลให้เห็นภาพจริง ว่าวันนี้เราอยู่ตรงไหน มีช่องโหว่อะไร และกำลังจะเจอกับอะไร

    จากนั้นต้อง “จัดระเบียบ” วางกติกาและมาตรฐานขั้นต่ำให้ชัด เพื่อให้การลงทุนเดินหน้าโดยไม่สร้างความเดือดร้อนหรือผลักต้นทุนไปให้ประชาชน
    ต้อง “หาความพอดี” ว่าประเทศไทยต้องการ Data Center แบบไหน เท่าไร และเมื่อไร ให้สอดคล้องกับโครงสร้างพื้นฐานที่เรามี และเศรษฐกิจดิจิทัลและ AI ที่เราต้องการสร้าง
    และสุดท้ายต้อง “สร้างความคุ้มค่า” ทำให้ทรัพยากรทุกหน่วยที่ประเทศใส่ลงไป สร้างประโยชน์กลับมาให้เศรษฐกิจ ธุรกิจ และคนไทยให้มากที่สุด

    แน่นอนว่ายังมีการบ้านอีกมาก และนี่เป็นเทคโนโลยีที่เปลี่ยนเร็วมาก กติกาและยุทธศาสตร์จึงต้องพร้อมปรับตามข้อมูลและสถานการณ์อยู่เสมอ

    แต่อย่างน้อย ผมคิดว่า 3 เลนส์นี้น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ช่วยให้เราถกเถียงเรื่อง Data Center ได้ครบขึ้น
    เพื่อให้เรา จัดระเบียบได้ มีให้พอดีกับอนาคต และสร้างความคุ้มค่าให้กับประเทศไทย ดูน้อยลง

    #BusinessTomorrow #DataCenter #DataCenterThailand #เศรษฐกิจดิจิทัล #เทคโนโลยี #ลงทุน #การลงทุน #เศรษฐกิจไทย

    https://www.facebook.com/share/p/1ByuTzkuZi/
     

แชร์หน้านี้

Loading...