เรื่องเด่น เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพฤหัสบดีที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๖๙

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 27 สิงหาคม 2026 at 19:47.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,968
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,225
    ค่าพลัง:
    +26,999
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันพฤหัสบดีที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๖๙


     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,968
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,225
    ค่าพลัง:
    +26,999
    วันนี้ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ ๒๗ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙ กระผม/อาตมภาพก็เพิ่งจะกลับมาถึงก็ประมาณ ๔ โมงกว่านี่เอง มีเวลาโกนหัวเรียบร้อย ก็ต้องออกมาทำวัตรเย็นกันแล้ว มาว่ากันทีละเรื่อง..!

    เรื่องด่วนก็คือโยมแม่ของ "มหาจุก" (พระมหาอินทรปกรณ์ ฐิตสุโภ ป.ธ.๔) เสียชีวิต ใครที่ไปจะงานศพ ไม่ทราบว่าจะสัตตาหะฯ ได้อย่างไร ก็ให้ไปโดยคำสั่งของผม ก็คือพระอุปัชฌาย์สั่งให้ไป ไม่อย่างนั้นก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเอาข้ออ้างที่ไหนมาสัตตาหะฯ ได้ เนื่องเพราะว่าพระภิกษุสามเณรภายในวัดของเรา มีอะไรก็ต้องช่วยเหลือเกื้อกูลกันตามปกติ เมื่อมีการสูญเสียก็ต้องไปช่วยงาน ต้องไปให้กำลังใจกัน

    อีกเรื่องหนึ่งก็คือคำถามของ "ท่านเจ" (พระนพรัตน์ ปฏิกาโร) ถามว่า "จะเร่งรัดตัดกามราคะ ควรวางกำลังใจเช่นไรถึงจะตรงทาง ?" ตามที่ท่านบอกมาก็คือ พิจารณาแล้วเกิดความสลดใจก็คลายตัวได้บ้าง
    ถ้าจะตัดกิเลส โดยเฉพาะราคะกับโทสะ สิ่งที่ต้องทำให้ได้เลยก็คือเร่งรัดสมาธิให้ทรงฌาน ๔ ให้เร็วที่สุด และคล่องตัวที่สุด ไม่เช่นนั้นไม่มีโอกาสที่จะตัดได้เลย เพราะว่ากำลังที่น้อยกว่านั้นจะสู้ไม่ได้

    ท่านถามว่า "การตัดอวิชชาต้องสังเกตความรู้สึกจุดไหนถึงจะตรงทางและทำได้ไว ?" คิดว่า "อาหารเดลิเวรี่" หรืออย่างไร ? คือไอ้ทุกอย่างที่ถามมาจะเอาไวอย่างเดียว ไม่ใช่บะหมี่สำเร็จรูป จะได้ลวก ๓ นาทีกินได้ คำว่าไวอาจจะ ๒๐ ปี ๓๐ ปี แต่ได้ในชาตินี้ก็เรียกว่าไวแล้ว เพราะฉะนั้น..บอกวิธีไป บางทีเราเองฟังแล้วก็ผ่านหูไปเฉย ๆ เพราะว่ากำลังใจยังไม่ตรง กำลังใจยังไม่ได้ ก็ฟังแล้วไม่เข้าใจ

    ก็คือ
    "ถ้าตาเห็นรูป หูได้ยินเสียง จมูกได้กลิ่น ลิ้นได้รส กายสัมผัส ใจครุ่นคิด แล้วเกิดความพอใจ นั่นคือการสังเกตได้ชัดว่าอวิชชายังกินใจเราอยู่เต็ม ๆ" สรุปว่าบอกไปก็ไม่รู้เรื่อง..!
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,968
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,225
    ค่าพลัง:
    +26,999
    ถึงได้บอกพวกเราไปหลายต่อหลายครั้งแล้วว่า "ถ้าตั้งใจจะปฏิบัติธรรม พวกเราทั้งหมดนั้น เรื่องศีลเป็นเรื่องง่ายแล้ว ให้เร่งรัดสมาธิให้มากที่สุด สูงที่สุด และคล่องตัวที่สุดเท่าที่จะทำได้ ถ้าสมาธิทรงตัวก็เหมือนกับคนมีเงิน อยากได้อะไรก็ไปซื้อเอา เรื่องอื่น ๆ เราก็แค่แปรกำลังของสมาธินั้นไปใช้งานเท่านั้นเอง"

    ก็แปลว่าถามมาก็ไร้ประโยชน์ เพราะบอกไปก็ทำไม่ได้อยู่ดี แต่ก็ยังดีที่มีความพยายามที่จะทำอยู่ ดังนั้น..ขอย้ำอีกครั้งว่าถ้าจะตัดราคะกับโทสะ ต้องเร่งรัดสมาธิให้ทรงฌาน ๔ ให้ได้เร็วที่สุดและคล่องตัวที่สุด ไม่อย่างนั้นแล้ว อย่าไปหวังเลยว่าจะทำได้ เพราะกำลังของเราไม่พอในการใช้งาน..!

    สำหรับเมื่อวานนี้ ท่านกิตติ บุตรสิงห์ กำนันตำบลประดู่ยืน อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี ได้เมตตาสงเคราะห์คณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการหมู่บ้านรักษาศีล ๕ ด้วยการเช่าเรือไว้ ๑๐ ลำ ให้พวกเราไปดูสัตว์ต่าง ๆ ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ทางริมอ่างเก็บน้ำทับเสลา

    ปรากฏว่าบรรดาคณะกรรมการหมดสภาพมาจากจังหวัดชัยนาทกันแล้ว ต้องเดินทางมาอีก ๑๐๐ กว่ากิโลเมตรกว่าจะไปถึง ส่วนใหญ่จึงเข้าที่พักกันก่อน ที่พักก็ได้ท่านเจ้าคณะอำเภอลานสัก (พระครูอุทัยวิริยสุนทร) เป็นผู้สงเคราะห์ให้ ไปพักที่ "กรีนเฮ้าส์ รีสอร์ท ประดู่ยืน" ก็เหลือกระผม/อาตมภาพกับคณะอีกไม่กี่คนไป บรรดาเรือที่เช่าไว้ ๑๐ ลำ ปกติจะนั่งได้ลำละ ๓ คน ก็ให้กระจายกันไปนั่งลำละ ๑ คนบ้าง ๒ คนบ้าง เพราะว่าเช่าไปแล้ว ถึงแม้ว่าจะไม่นั่ง เขาก็ต้องจ่ายเงินอยู่ดี..!

    ด้วยเหตุที่พวกเราไปถึง ๕ โมงกว่า เกือบ ๖ โมงเย็นแล้ว ทางคนเรือก็เลยเร่งรัดให้ลง ใส่เสื้อชูชีพแล้วก็ขับพาออกไป ส่วนที่สังเกตเห็นที่มากที่สุดก็คือบรรดานกต่าง ๆ ที่หากินกับน้ำ อย่างเช่นว่า นกกระยาง นกกระสา นกปากห่าง ส่วนพวกสัตว์บกตัวใหญ่ที่เห็นชัดที่สุดก็คือช้าง เป็นช้างโทน ๔ - ๕ ตัวตลอดระยะเวลาที่วิ่งไป เพราะว่าค่าเช่าเรือลำละ ๖๕๐ บาท เขาให้ไป ๑ ชั่วโมง กลับ ๑ ชั่วโมง

    แล้วการดูสัตว์ เขามีกล้องส่องทางไกลให้ แต่กระผม/อาตมภาพใช้โทรศัพท์ซูมเข้ามาดู แม้ว่าจะมีโขลงช้างอยู่ด้วย แต่ว่าปรากฏออกมาให้เห็นแค่โขลงเดียว มี ๙ ตัว "น้องเล็ก" (นางสาวจิราพร ซื่อตรงต่อการ) ที่ขับรถไปให้ บอกว่ามี ๗ ตัว กระผม/อาตมภาพยืนยันว่ามี ๙ ตัว

    พอขากลับ "น้องเล็ก" นับใหม่ ถึงได้บอกว่ามี ๙ ตัวจริง ๆ ถามว่ารู้ได้อย่างไร ? ผมบอกว่า "เอาจำนวนขากับหางรวมกัน แล้วหารด้วย ๕ จะได้จำนวนตัวช้างพอดี" ใครเชื่อก็บ้าแล้ว..!
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,968
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,225
    ค่าพลัง:
    +26,999
    เพียงแต่ว่าสัตว์อื่นอย่างเช่นพวกเนื้อทราย ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดีมาก เพราะก่อนหน้านี้เป็นสัตว์ป่าสงวน แต่เมื่ออนุญาตให้เพาะพันธุ์ ก็มีจำนวนมากพอที่จะปล่อยกับคืนป่าไป จนกระทั่งถอดออกจากสัตว์ป่าสงวน ลงมาเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง

    แต่ระยะที่เขาจอดเรือให้พวกเราดูนั้น อยู่ห่างประมาณ ๓๐๐ - ๔๐๐ เมตร เพื่อที่จะได้ไม่ไปรบกวนสัตว์ พยายามถ่ายรูปอย่างไรก็ได้แต่ภาพเบลอ ๆ เพียงแต่เห็นชัดว่ามีเนื้อทรายอยูหลายฝูง แต่ละฝูงก็ ๕ - ๖ ตัวเป็นอย่างต่ำ เพียงแต่ว่าสัตว์ทั้งหลายเหล่านี้ลงมากินน้ำ ลงมากินหญ้า และกำลังจะกลับไปนอน พวกเรากว่าจะกลับไปถึงรีสอร์ทที่พักก็เกือบ ๒ ทุ่ม..!

    ช่วงเช้าพอสว่างก็ต้องวิ่งไปที่วัด เมื่อไปถึงปรากฏว่าเขามีอาหารเช้าเลี้ยงด้วย และกรรมการทั้งหมดพักอยู่ที่รีสอร์ทจึงแห่กันมาทีเดียว ทำให้ขั้นตอนการตรวจประเมินต่าง ๆ เป็นไปโดยง่าย เพราะมีความพร้อม ก็คือเข้าไปสักการะพระประธานในอุโบสถก่อน

    จำไว้ว่านี่เป็นแบบปฏิบัติที่โบร่ำโบราณเขาถือกันมาอย่างนั้น ก็คือพระประธานในโบสถ์สำคัญที่สุด ไปที่ไหนก็ตาม เข้าโบสถ์ไปกราบพระประธานก่อน เหมือนอย่างกับว่าเราไปที่ไหน รู้ว่าใครเป็นผู้ใหญ่สุดที่นั่นก็ให้ไปรายงานตัวก่อน

    เมื่อสวดมนต์และถ่ายรูปหมู่แล้ว ก็เดินดูนิทรรศการ ท่านผู้อำนวยการสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดอุทัยธานีมารายงานตัว ก็คือ "คุณพรทิพย์ กำเหนิดแจ้ง" เคยทำงานอยู่ที่สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดกาญจนบุรีมาก่อน ในฐานะ ผอ.ส่วนส่งเสริมศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม แล้วโยกย้ายไปเป็นผู้อำนวยการที่นั่น

    เมื่อดูนิทรรศการกันเรียบร้อย ก็เข้าสู่ศาลาประเมินดำเนินขั้นตอนไปตามปกติ ส่วนที่อยากจะกล่าวถึงก็คือ เมื่อมาถึงกระผม/อาตมภาพแสดงความเห็นเพิ่มเติม เพื่อให้เขาไปปรับปรุงแก้ไข ก็ได้บอกหลวงพ่อเจ้าอาวาสว่า เอกสารที่ทำมา หน้าที่ ๓๒ ที่สรุปว่าปัญหาของการดำเนินโครงการหมู่บ้านศีล ๕ นั้นมีอะไรบ้าง และเสนอแนวทางแก้ไขไว้ด้วย ๑ ทฤษฎี ๕ ยุทธศาสตร์

    รายละเอียดชัดเจนมาก ๆ ก็คือแก้ด้วยทฤษฎี "บวร บวกจิตอาสา" บ้าน วัด โรงเรียน และจิตอาสา ร่วมทำงานด้วยกัน ก็คือ
    "มีบ้านเป็นหลักให้พึ่งพิงได้ มีวัดให้ธรรมะ เพื่อยกระดับจิตใจของตนเอง โรงเรียนให้การศึกษาและปลูกฝังความดีเพิ่มเติม และมีจิตอาสาทำงานต่าง ๆ ให้เกิดผล" แล้วก็ยังมียุทธศาสตร์อย่างเช่นว่า "ดึงเยาวชนเป็นผู้ขับเคลื่อนหลัก ผนวกศีล ๕ เข้ากับวิถีชีวิตและประเพณีดั้งเดิม ปรับเวลาทำกิจกรรมจิตอาสาให้ยืดหยุ่น ใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ในการเผยแพร่งาน ปรับวิธีการนำเสนอศีล ๕ ให้แก่เด็ก ๆ ให้ทันสมัยน่าสนใจด้วยระบบ AI"เหล่านี้เป็นต้น
     
  5. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,968
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,225
    ค่าพลัง:
    +26,999
    ก็ได้เรียนถวายท่านเจ้าอาวาสไปว่า "ถ้าหลวงพ่อเขียนเอง และเป็นวิทยานิพนธ์ ผมถวายคะแนน A+ ให้เลย แต่ถ้าหากว่าหลวงพ่อไม่ได้เขียนเอง ลูกน้องคนไหนเขียนให้ หลวงพ่อล็อคคอเอาไว้ อย่าปล่อยไปไหน บุคคลคนนี้มองปัญหาแตก และมีวิธีแก้ไขที่ชัดเจน งานคณะสงฆ์จะเป็นไปโดยง่ายและประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน..!"

    ตั้งแต่ทำหน้าที่กรรมการตรวจศีล ๕ มา ๓ ปี เข้าปีที่ ๔ เพิ่งจะเห็นวัดแรกและวัดเดียว ที่นอกจากบอกปัญหาแล้ว ยังมีแนวทางการแก้ไขที่เป็นรูปธรรมชัดเจนมาก อ่านปุ๊บก็เข้าใจเลย อย่างเช่นยุทธศาสตร์การยกย่องคนทำความดี ก็คือนอกจากจะมีเกียรติบัตรหรือว่าโล่รางวัลต่าง ๆ ให้แล้ว ยังจะขอให้ทางจังหวัดทำเอกสารยกย่องให้เป็น ๑๐๐ บุคคลผู้ปฏิบัติความดีความงามใน ศีล สมาธิ ปัญญา ของจังหวัดอุทัยธานี

    เราลองนึกดูว่าประชากรทั้งจังหวัด ๗ แสนกว่าคน แล้วเป็นแค่ ๑ ใน ๑๐๐ นี่จะเท่แค่ไหน ?

    ดังนั้น..เรื่องพวกนี้จะว่าไปแล้ว เป็นกรรมการนี่ได้
    ไปเห็นอะไรเยอะมาก และเก็บอะไรดี ๆ กลับมาเยอะมาก อย่างที่กระผม/อาตมภาพกลับมาโกนหัวที่นี่ ก็เพราะมหาเถรสมาคมมีมติว่า "ในวันโกนนั้น ถ้ายังมีงานช่วงเช้าอย่าเพิ่งโกนหัว จะได้มีสภาพเหมือนกัน หลังเพลไปแล้วค่อยมาโกนหัวของตนเองให้เรียบร้อย" อย่าลืมว่ามติมหาเถรสมาคมก็คือกฎหมายของคณะสงฆ์นั่นเอง..!

    แต่ว่าคณะสงฆ์จังหวัดชัยนาท โดย "หลวงพ่อช้าง" - พระเดชพระคุณพระราชวชิรกิจจาทร (ยุวชน เขมปญฺโญ ป.ธ.๖) เจ้าคณะจังหวัดชัยนาท เจ้าอาวาสวัดพระบรมธาตุ วรวิหาร สั่งพระทั้งจังหวัดที่ไปร่วมงานตรวจยกหมู่บ้านรักษาศีล ๕ ที่บ้านดักคะนน "โกนหัวไปทุกรูป" นี่ถือว่าเป็นคำสั่งผู้บังคับบัญชา สามารถปฎิบัติตามได้ เพราะว่าในพื้นที่เขาจะรู้ว่าอะไรเหมาะอะไรควรที่สุด

    ก็คือถ้าหากว่าโกนหัวไปเรียบร้อย หลังงานแล้ว เราจะเก็บงานทำงานอะไรก็ได้ ไม่ต้องไปพะวักพะวนว่าจะต้องไปโกนหัวกันอีก พวกท่านจะได้เห็นว่า
    ในเรื่องของการปรับตัวตามหน้างานอย่างหนึ่ง การลำดับความสำคัญของงานอีกอย่างหนึ่ง ทำให้เราสามารถทำงานต่าง ๆ ออกมาอย่างมีประสิทธิภาพประสิทธิผลได้
     
  6. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    24,968
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3,225
    ค่าพลัง:
    +26,999
    วันนี้ "ท่านเจ้าคุณกล้า" - พระวชิรวาที, ผศ.ดร. เจ้าอาวาสวัดมหาธาตุ วรวิหาร เพชรบุรี รองเจ้าคณะอำเภอเมืองเพชรบุรี เพิ่งจะบ่นเข้ามาในกลุ่มไลน์ บอกว่า "งานของผมยังไม่ได้ครึ่งหนึ่งของท่านประธานเลย แค่นี้ก็ประสาทจะรับประทานแล้ว ไม่รู้ว่าท่านประธานแบ่งภาคไปทำงานได้อย่างไร ?"

    ก็อย่างที่กระผม/อาตมภาพบอกกับทุกท่านไปว่า "เราต้องลำดับความสำคัญ ก่อนหลังเร็วช้าของงานให้ได้ ไม่อย่างนั้นแล้ว ท่านจะทำงานเหล่านี้ไม่ได้" แต่ด้วยความที่ว่า พูดไปก็นินทาชาวบ้านเขา ก็คือส่วนใหญ่มักจะให้ความสำคัญกับผู้บังคับบัญชาที่ให้คุณให้โทษแก่ตัวเองได้ ก็เพราะว่ายังหวังยศ หวังตำแหน่ง หวังสมณศักดิ์อยู่ ก็ไปให้ความสำคัญผิดที่ อย่างเช่นว่าให้ความสำคัญแก่ผู้บังคับบัญชามากกว่างานคณะสงฆ์ ถ้าลักษณะอย่างนั้นก็ไม่ต้องมาบ่น เพราะว่าท่านลำดับความสำคัญของงานผิดเอง

    ส่วนกระผม/อาตมภาพนั้นลำดับงาน ความสำคัญก็คืองานหลวงมาก่อน ตามมาด้วยงานคณะสงฆ์ แล้วถึงจะเป็นเรื่องงานของตนเอง โดยที่ไม่ได้ใส่ใจว่าผู้บังคับบัญชาจะไม่ได้เห็นหน้า เพราะเราไปทำงานอื่น แล้วท่านอาจจะหมั่นไส้หรือเปล่า ? เพราะว่าเราไม่ได้หวังยศหวังตำแหน่งอะไรอยู่แล้ว
    ถ้าหากว่าสามารถลอยตัวเหนือเรื่องของลาภ ยศ สรรเสริญ สุข ได้ ท่านก็จะทำงานอย่างมีประสิทธิภาพทุกคน

    สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, รศ.ดร.
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
    วันพฤหัสบดีที่ ๒๗ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๙
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...