ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    225,722
    ค่าพลัง:
    +97,153
    อิสราเอลได้เข้าโจมตีเส้นทางลำเลียงอาวุธที่ "รัสเซีย" คอยส่งกระสุน โดรน และยุทโธปกรณ์ทางทหารให้กับอิหร่านแล้ว

    [Wall Street Journal รายงาน]

    FB_IMG_1774428567140.jpg

    https://www.facebook.com/share/p/1866hGkChL/
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    225,722
    ค่าพลัง:
    +97,153
    "ชิลีแบกราคาน้ำมันไม่ไหว ปล่อยพุ่ง 30–60% หลังน้ำมันโลกทะยาน"
    ราคาน้ำมันในชิลีเตรียมพุ่งขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า หลังรัฐบาลประกาศใช้กลไก “ตรึงราคาน้ำมัน” เพื่อเร่งปรับราคาให้สอดคล้องกับตลาดโลก ท่ามกลางแรงกดดันด้านการคลังที่ไม่สามารถแบกรับต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูงได้อีกต่อไป

    ชิลีเป็นหนึ่งในประเทศผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่ของลาตินอเมริกา เนื่องจากขาดแคลนการผลิตภายในประเทศ ทำให้ต้องพึ่งพาราคาตลาดโลกโดยตรง

    ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม เป็นต้นไป ราคาน้ำมันเบนซินออกเทน 93 จะปรับขึ้น 370 เปโซต่อลิตร (ประมาณ 14–15 บาท) ขณะที่ดีเซลจะเพิ่มขึ้น 580 เปโซต่อลิตร (ราว 22–23 บาท) โดยในกรุงซันติอาโก ราคาน้ำมันเบนซินจะพุ่งขึ้นราว 30% และดีเซลสูงถึง 60%

    แม้กองทุนรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันจะถูกใช้เพื่อลดแรงกระแทก แต่ภาระค่าใช้จ่ายรายสัปดาห์ได้แตะระดับ 140 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 5,000 ล้านบาท) และอาจเพิ่มเป็น 160 ล้านดอลลาร์ หากสถานการณ์ยังยืดเยื้อ

    กระทรวงการคลังชิลีประเมินว่า หากรัฐต้องรับภาระต้นทุนทั้งหมด อาจต้องใช้เงินสูงถึง 4,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 1.4 แสนล้านบาท)


    https://www.facebook.com/share/p/1BHW1qhDks/
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    225,722
    ค่าพลัง:
    +97,153
    "หลังพิงฝาแล้ว!"
    ประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ยอมรับว่า เขาอยากจะกลับมาเจรจากับจีนอีกครั้งเกี่ยวกับโครงการน้ำมันและก๊าซร่วมกันในพื้นที่พิพาทของทะเลจีนใต้ หลังจากหยุดชะงักไปตั้งแต่ปี 2023

    เขากล่าวเสริมว่า “บางทีความขัดแย้งในตะวันออกกลางนี้อาจเป็นแรงผลักดันให้ทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงกันได้”

    เมื่อถูกถามว่าจำเป็นต้องมีการ “เริ่มต้นใหม่” ในความสัมพันธ์ระหว่างฟิลิปปินส์กับจีนท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์หรือไม่ มาร์กอสกล่าวว่า “มันจะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน”

    https://www.facebook.com/share/p/1DWrFpXoLD/
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    225,722
    ค่าพลัง:
    +97,153
    "เกาหลีใต้" เตรียมออกงบกระตุ้นเศรษฐกิจฉุกเฉินสูงกว่า 5 แสนล้านบาท หลังจากประสบปัญหาจากวิกฤตพลังงาน จากผลพวงสถานการณ์ในตะวันออกกลาง


    https://www.thaipbs.or.th/news/content/503800

    https://www.facebook.com/share/p/1DkXWWzuDm/
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    225,722
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ศาลสั่ง Meta จ่าย 1.2 หมื่นล้านบาท! ปมหลอกลวงความปลอดภัยเด็กบนโซเชียล

    ถือเป็นคดีประวัติศาสตร์ในวงการเทคโนโลยี เมื่อคณะลูกขุนในรัฐนิวเม็กซิโก สหรัฐอเมริกา มีคำสั่งให้บริษัท เมตา (Meta) ยักษ์ใหญ่เจ้าของแพลตฟอร์มดังอย่าง เฟซบุ๊ก (Facebook), อินสตาแกรม (Instagram) และวอตส์แอป (WatsApp) จ่ายค่าปรับเป็นจำนวนเงินสูงถึง 375 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 12,280 ล้านบาท หลังพบว่าบริษัทมีความผิดฐานทำให้ผู้ใช้เข้าใจผิดเกี่ยวกับความปลอดภัยของเด็กบนแพลตฟอร์ม

    คำตัดสินนี้เกิดขึ้นหลังจากมีการพิจารณาคดีอย่างเข้มข้นนานถึง 7 สัปดาห์ โดยอัยการรัฐนิวเม็กซิโกได้นำเสนอหลักฐานชิ้นสำคัญ ทั้งเอกสารภายในของบริษัทและคำให้การจากอดีตพนักงาน ซึ่งระบุว่า เมตา (Meta) รับทราบมาโดยตลอดว่ามีกลุ่มผู้ไม่หวังดีใช้แพลตฟอร์มเพื่อเข้าหาเด็ก

    หนึ่งในพยานปากสำคัญคือ อาร์ตูโร เบฮาร์ (Arturo Béjar) อดีตผู้บริหารฝ่ายวิศวกรรมของเมตา (Meta) ที่กลายเป็นผู้แจ้งเบาะแส (Whistleblower) ได้ให้การว่า การทดลองบน อินสตาแกรม (Instagram) พบว่าผู้ใช้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะมักถูกนำเสนอเนื้อหาทางเพศอย่างต่อเนื่อง แม้แต่ลูกสาวของเขาเองก็เคยถูกคนแปลกหน้าคุกคามทางเพศผ่านแอปพลิเคชันนี้เช่นกัน

    คณะลูกขุนตัดสินว่า เมตา (Meta) ยังละเมิดกฎหมายว่าด้วยการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมของรัฐนิวเม็กซิโก (Unfair Practices Act) เนื่องจากมีการโฆษณาชวนเชื่อว่าแพลตฟอร์มมีความปลอดภัย ทั้งที่ในความเป็นจริง อัลกอริทึมแนะนำเนื้อหาได้ดึงดูดให้เยาวชนเข้าถึงภาพโป๊เปลือย และการแสวงหาประโยชน์ทางเพศ

    โดยค่าปรับ 375 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 12,280 ล้านบาทนี้ คำนวณจากการละเมิดที่เกิดขึ้นนับพันรายการ ซึ่งมีโทษปรับสูงสุดรายการละ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 163,000 บาท และยังถือเป็นครั้งแรกที่หน่วยงานภาครัฐประสบความสำเร็จในการฟ้องร้อง เมตา (Meta) ในประเด็นความปลอดภัยของเด็กได้สำเร็จ

    ทางด้านโฆษกของ เมตา (Meta) ภายใต้การนำของ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก (Mark Zuckerberg) ได้ออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยกับคำตัดสินและเตรียมยื่นอุทธรณ์ โดยยืนยันว่าบริษัทได้พยายามอย่างเต็มที่ในการปกป้องเยาวชน เช่น การเปิดตัว บัญชีเยาวชน (Teen Accounts) เพื่อควบคุมการใช้งาน และฟีเจอร์แจ้งเตือนผู้ปกครองเมื่อเด็กค้นหาเนื้อหาที่เป็นอันตราย

    คดีนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น เพราะขณะนี้ยังมีคดีความในลักษณะเดียวกันอีกหลายพันคดีที่จ่อคิวเข้าสู่กระบวนการชั้นศาลในสหรัฐฯ ซึ่งอาจกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ในการกำกับดูแลความรับผิดชอบของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียทั่วโลกในอนาคต

    อ่านเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ TNN Thailand
    #Meta #Facebook #Instagram #โซเชียลมีเดีย #TNNTech
    https://www.facebook.com/share/p/17yZSxKymR/
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    225,722
    ค่าพลัง:
    +97,153
    วิกฤตพลังงานออสเตรเลียลุกลามหนัก! ปั๊มน้ำมันกว่า 500 แห่ง ใน 2 รัฐใหญ่ “น้ำมันหมด”
    #Nippononline

    ข้อมูลจากรัฐบาลรัฐวิกตอเรียและรัฐนิวเซาท์เวลส์ 2 รัฐที่ใหญ่ที่สุดของออสเตรเลีย เผยว่า ปั๊มน้ำมัน 520 แห่งในสองรัฐ ประสบปัญหาขาดน้ำมันเบนซินหรือดีเซล โดยกระจายอยู่ในพื้นที่เมืองและชนบท

    นายคริส มินส์ นายกรัฐมนตรีแห่งรัฐนิวเซาท์เวลส์ แถลงในวันนี้ว่า มีปั๊มน้ำมัน 313 แห่งทั่วรัฐที่น้ำมันบางชนิดไม่เหลือให้บริการ

    ในจำนวนนี้ 187 แห่ง น้ำมันดีเซลหมดเกลี้ยง ขณะที่ 32 แห่งหมดน้ำมันทุกชนิด

    “นั่นคือจากปั๊มน้ำมันทั้งหมดประมาณ 2,500 แห่งในนิวเซาท์เวลส์” นายมินส์กล่าวในงานแถลงข่าว

    ขณะที่ จาซินตา แอลเลน นายกรัฐมนตรีรัฐวิกตอเรีย ก็ให้ข้อมูลอัปเดตเข่นกัน โดยบอกกับผู้สื่อข่าวว่ามีปั๊มน้ำมัน 207 แห่งทั่วรัฐวิกตอเรียที่น้ำมันเบนซินหรือดีเซลหมด

    “มีรายงานว่ามีปั๊มน้ำมัน 115 แห่งที่น้ำมันเบนซินหมด… และมีปั๊มน้ำมัน 92 แห่งที่ดีเซลหมด” นางอัลแลนกล่าว

    รัฐวิกตอเรียมีปั๊มน้ำมันประมาณ 1,700 แห่งทั่วรัฐ

    ที่มา SkyNews au
    https://www.facebook.com/share/1Caw9CnR1t/
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    225,722
    ค่าพลัง:
    +97,153
    เมื่อสื่อถามวัยรุนอเมริกาเกี่ยวกับสถานการณ์บ้านเมืองและสงครามอิหร่าน และนี่คือคำตอบ....

    https://www.facebook.com/share/v/162xg4EqXL/
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • 1.mp4
      ขนาดไฟล์:
      15.3 MB
      เปิดดู:
      26
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    225,722
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ️ "ประวัติศาสตร์ที่ถูกทำลาย": วิพากษ์ความสูญเสียมรดกโลกในอิหร่าน – เมื่อขีปนาวุธตกใส่ 'พระราชวังโกเลสถาน' และ 'มัสยิดจาเมห์'... บาดแผลทางวัฒนธรรมที่อาจเปลี่ยนทิศทางสงคราม!
    FB_IMG_1774430959869.jpg
    ท่ามกลางปฏิบัติการทางทหารที่ดุเดือด สิ่งที่กลายเป็นโศกนาฏกรรมซ้อนทับคือความพินาศของมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าของอิหร่าน รายงานล่าสุดระบุว่าสถานที่ทางประวัติศาสตร์สำคัญหลายแห่ง ซึ่งบางแห่งได้รับการรับรองจาก UNESCO ถูกโจมตีจนได้รับความเสียหายอย่างหนัก

    ️ 1. บัญชีความสูญเสีย: อัญมณีแห่งเปอร์เซียที่ถูกทำลาย
    ปฏิบัติการทางอากาศส่งผลกระทบต่อโบราณสถานสำคัญในหลายเมืองใหญ่:

    ▪️Tehran: พระราชวังโกเลสถาน (Golestan Palace) มรดกโลกยุคราชวงศ์กอญัรถูกขีปนาวุธตกใส่ นอกจากนี้ตลาดใหญ่ (Grand Bazaar) และ อาคารรัฐสภาเก่า ก็ได้รับความเสียหายเช่นกัน

    ▪️Isfahan: เมืองแห่งศิลปะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง โดยเฉพาะ พระราชวังชาเฮลโซตูน (Chehel Sotoun), พระราชวังอาลีกาปู (Ali Qapu) และ มัสยิดจาเมห์ (Jameh Mosque) ซึ่งถือเป็นสถาปัตยกรรมอิสลามที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่ง

    ▪️Sanandaj & Khorramabad: คฤหาสน์โบราณในย่านประวัติศาสตร์และกลุ่มอาคารพิพิธภัณฑ์ขนาดใหญ่ได้รับความเสียหายจากการโจมตีในพื้นที่ใกล้เคียง

    ️ 2. สถิติที่น่าตกใจ: 56 แห่งในระดับวิกฤต
    ▪️ความเสียหายในวงกว้าง: มีรายงานว่าพิพิธภัณฑ์และโบราณสถานอย่างน้อย 56 แห่ง ได้รับความเสียหายในระดับที่แตกต่างกัน

    ▪️เจตนาหรืออุบัติเหตุ?: นักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตว่าสถานที่อย่างพระราชวังโกเลสถานนั้นดูเหมือนจะถูกโจมตีด้วยความแม่นยำสูง (Precision Strike) ซึ่งนำไปสู่การตั้งคำถามถึง "เจตนา" ของกองกำลังพันธมิตรในการทำลายสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมเพื่อกดดันทางจิตวิทยา

    3. ผลกระทบทางยุทธศาสตร์: "แรงตีกลับ" ต่อพันธมิตร
    ▪️ปลุกกระแสรักชาติ: แทนที่จะทำให้ประชาชนอ่อนแอ การทำลายมรดกที่เปรียบเสมือนจิตวิญญาณของชาติกลับกลายเป็นตัวเร่งให้ชาวอิหร่านหันมาสนับสนุนรัฐบาลและกองทัพมากขึ้นเพื่อปกป้องมาตุภูมิ

    ▪️งบประมาณและเวลา: การบูรณะสถานที่เหล่านี้ต้องใช้เงินมหาศาลและเวลาอีกหลายทศวรรษ ซึ่งอาจกลายเป็นภาระหนักหน่วงในยุคหลังสงคราม

    การทำลายมรดกทางวัฒนธรรมคือ "ความพ่ายแพ้ทางการทูต" ครั้งใหญ่ของสหรัฐฯและพันธมิตร ในทางกฎหมายระหว่างประเทศการโจมตีโบราณสถานโดยเจตนาอาจเข้าข่ายอาชญากรรมสงคราม แม้ฝ่ายพันธมิตรจะอ้างว่ามีการใช้สถานที่เหล่านี้เป็นจุดซ่อนตัวทางทหาร (Human Shield) แต่ภาพความพินาศของพระราชวังโกเลสถานจะกลายเป็นเครื่องมือโฆษณาชวนเชื่อที่ทรงพลังที่สุดของเตหะรานในการประณามตะวันตกบนเวทีโลก

    ❗️ สรุป: เมื่อความงดงามนับร้อยปีกลายเป็นซากปรักหักพังในไม่กี่วินาที... สิ่งที่พันธมิตรทำลายไปอาจไม่ใช่แค่ตึกรามบ้านช่อง แต่คือ "โอกาส" ในการชนะใจประชาชนอิหร่านอย่างถาวร!

    25/03/2026

    #ZFrontier #IranHeritageLoss #GolestanPalace #IsfahanHistoricSites #WarCrimesDebate #CulturalHeritage2026 #UNESCOIran #GeopoliticsHybrid #วิเคราะห์สงคราม #ข่าวต่างประเทศ #ภูมิรัฐศาสตร์ #มรดกโลก #อิหร่าน #โบราณสถานถูกทำลาย

    https://www.facebook.com/share/p/18Eri4K72y/
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    225,722
    ค่าพลัง:
    +97,153
    "พลร่มขยับ... สงครามขยาย!": แผนส่งกองพล 82 บุกอิหร่าน – เมื่อ C-17 บินว่อนจาก Fort Bragg สู่ตะวันออกกลาง... สวนทางคำคุย "ดีลลับ" ของทรัมป์!
    FB_IMG_1774431019805.jpg FB_IMG_1774431022160.jpg
    ในขณะที่ โดนัลด์ ทรัมป์ พยายามประโคมข่าวเรื่อง "การเจรจาที่ยอดเยี่ยม" กับเตหะราน แต่ความเคลื่อนไหวหลังม่านที่ฐานทัพอากาศทั่วสหรัฐฯ กลับบ่งชี้ไปในทิศทางตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง ข้อมูลล่าสุดยืนยันว่ากองทัพสหรัฐฯกำลังระดมสรรพกำลัง "เตรียมบุกภาคพื้นดิน" ครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เริ่มสงคราม Epic Fury

    1. ยักษ์หลับขยับตัว: กองพลพลร่มที่ 82 (82nd Airborne)
    ▪️คำสั่งเคลื่อนพล: เพนตากอนได้รับอนุมัติให้ส่งกำลังพลจาก 82nd Airborne Division ประมาณ 3,000 นาย (1st Brigade Combat Team) มุ่งหน้าสู่ตะวันออกกลาง โดยหน่วยนี้คือ Immediate Response Force (IRF) ที่พร้อมปฏิบัติการยึดสนามบินหรือโครงสร้างพื้นฐานสำคัญภายใน 18 ชั่วโมง

    ▪️ยุทธศาสตร์ "หัวหอก": การส่งกองพล 82 ไม่ใช่การส่งทหารไปเฝ้าฐานทัพปกติ แต่เป็นการส่งหน่วย "บุกทะลวง" ที่เชี่ยวชาญการยึดครองพื้นที่จากทางอากาศ ซึ่งสอดคล้องกับรายงานที่ว่าสหรัฐฯกำลังพิจารณาแผนเข้ายึด เกาะคาร์ก (Kharg Island)

    ✈️ 2. การขนส่งทางอากาศ "C-17" และร่องรอยจากฐานทัพหลัก
    ข้อมูลการติดตามเที่ยวบินเผยให้เห็นความผิดปกติที่ชัดเจนในช่วง 10 วันที่ผ่านมา:

    ▪️ฝูงบิน Globemaster III: มีการบันทึกเที่ยวบิน C-17 มากกว่า 50 เที่ยวบิน มุ่งหน้าสู่จอร์แดนและอิสราเอล

    ▪️ต้นทางระบุหน่วยรบ: เครื่องบินเหล่านี้ส่วนใหญ่บินออกจาก:

    - Fort Bragg (Fort Liberty): ฐานที่มั่นของกองพล 82

    - Hunter AAF: จุดระดมพลของหน่วยรบพิเศษ รวมถึงหน่วยเดลต้าฟอร์ซ, กองบินปฏิบัติการพิเศษที่ 160 และกรมทหารราบที่ 75

    - JB Lewis-McChord: แหล่งรวมขีดความสามารถด้านลอจิสติกส์หนัก

    ▪️ไม่ใช่แค่ทหาร: การระดม C-17 จำนวนมากหมายถึงการขนถ่ายยุทโธปกรณ์หนัก เช่น รถถัง M1 Abrams และระบบป้องกันภัยทางอากาศ เพื่อเตรียมรองรับการปะทะภาคพื้นดิน

    3. เป้าหมายยุทธศาสตร์: เกาะคาร์ก และ บันดาร์อับบาส
    นักวิเคราะห์มองว่าแผนการใช้กำลังภาคพื้นดินจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก:

    ▪️Kharg Island: เป้าหมายหลักเพื่อยึดศูนย์กลางการส่งออกน้ำมัน 90% ของอิหร่าน เพื่อใช้เป็นข้อต่อรอง (Leverage) สูงสุดบนโต๊ะเจรจา

    ▪️Strait of Hormuz & Bandar Abbas: การใช้กองกำลังนาวิกโยธิน (Marines) จากเรือบรรทุกเครื่องบินและเรือยกพลขึ้นบก เพื่อควบคุมเส้นทางเดินเรือสากลที่อิหร่านพยายามปิดล้อม

    อย่าให้คำพูดสวยหรูเรื่อง "Peace Plan " ของทรัมป์มาลวงตา เพราะในทางทหาร "Logistics tells the truth" (ลอจิสติกส์ไม่เคยโกหก) การเคลื่อนย้ายหน่วยรบพิเศษระดับ Elite อย่าง Delta Force และ 75th Ranger Regiment ร่วมกับกองพลพลร่มที่ 82 คือการเตรียมพร้อมสำหรับการปฏิบัติการ "Forcible Entry" หรือการบุกยึดพื้นที่โดยใช้กำลัง หากอิหร่านไม่ยอมอ่อนข้อตามเงื่อนไขของทรัมป์ใน 5 วันนี้ เราอาจได้เห็นภาพการโดดร่มลงเหนือพื้นที่ยุทธศาสตร์ของอิหร่านเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

    ❗️ สรุป: ทรัมป์อาจกำลังถือ "กิ่งมะกอก" ในมือข้างหนึ่งเพื่อหลอกล่อตลาดหุ้น... แต่ในมืออีกข้างเขากำลังถือ "ดาบเล่มใหญ่" ที่พร้อมจะฟาดฟันลงกลางหัวใจเศรษฐกิจของอิหร่าน!

    25/03/2026

    #ZFrontier #82ndAirborne #KhargIslandSiege #C17Airlift #TrumpIranWar #SpecialForcesDeployment #OperationEpicFury #GeopoliticsHybrid #วิเคราะห์สงคราม #ข่าวต่างประเทศ #ภูมิรัฐศาสตร์ #กองพลพลร่มที่82 #เกาะคาร์ก #ยุทธการภาคพื้นดิน

    https://www.facebook.com/share/p/1HUmUSY3dU/
     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    225,722
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ซาอีด จาลิลี กล่าวถึงถ้อยแถลงล่าสุดของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ว่า:

    "คนที่เคยพูดถึงการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองและการแตกแยกของอิหร่าน ตอนนี้หวังว่าจะมีใครสักคนในอิหร่านเข้ามาเจรจากับเขา
    แต่สิ่งนี้ก็เป็นเพียงความพยายามหลอกลวงเท่านั้น"

    FB_IMG_1774431145255.jpg

    https://www.facebook.com/share/p/18VAFbE9um/
     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    225,722
    ค่าพลัง:
    +97,153
    อินเดียกว้านซื้อน้ำมันรัสเซียไปแล้ว "60 ล้านบาร์เรล" อย่างรวดเร็ว หรือมากกว่าปริมาณสำรองที่ไทยมีทั้งประเทศ นับStretchเกิดสงครามอิหร่าน-สหรัฐ

    FB_IMG_1774431281454.jpg

    อินเดียกว้านซื้อน้ำมันรัสเซีย 60 ล้านบาร์เรล รับมือสงครามตะวันออกกลางกดซัพพลายโลก

    โรงกลั่นน้ำมันของอินเดียได้สั่งซื้อน้ำมันดิบจากรัสเซียราว 60 ล้านบาร์เรล สำหรับส่งมอบในเดือนหน้า ท่ามกลางความกังวลด้านอุปทานจากสงครามในตะวันออกกลางที่เริ่มกระทบการไหลของน้ำมันในตลาดโลก

    ดีลดังกล่าวมีการตั้งราคาสูงกว่าตลาดอ้างอิง Brent ราว 5–15 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สะท้อนการแข่งขันในการ securing supply โดยปริมาณการซื้อครั้งนี้ใกล้เคียงกับเดือนปัจจุบัน แต่เพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่าเมื่อเทียบกับเดือนกุมภาพันธ์

    นอกจากรัสเซีย อินเดียยังเร่งกระจายความเสี่ยงด้านพลังงาน ด้วยการเพิ่มการนำเข้าน้ำมันจากเวเนซุเอลา โดยคาดว่าจะนำเข้าได้ราว 8 ล้านบาร์เรลในเดือนเมษายน ซึ่งถือว่าสูงสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2020

    การเคลื่อนไหวนี้สะท้อนว่า ประเทศผู้นำเข้าพลังงานรายใหญ่กำลังเร่ง “ล็อกอุปทาน” ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสงคราม ซึ่งอาจยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อราคาน้ำมันโลกในระยะต่อไป

    https://m.facebook.com/story.php?st...XDmXT9xe4l&id=100050346555986&mibextid=ZbWKwL
     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    225,722
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ฮอนด้าปิดฉากกับโซนี่ ยุติ 4 ปีพัฒนารถไฟฟ้าไฮเทครุ่นอาฟีล่า(Afeela) สองสัปดาห์ที่แล้ว ฮอนด้ายกเลิกพัฒนารถอีวี 3 รุ่นในตลาดอเมริกาเหนือ ซีอีโอฮอนด้าในไทยยันไม่เกี่ยวกับตลาดอีวีในเอเชียและไทย เดินหน้ารถอีวีในไทย BTimes

    https://www.facebook.com/share/p/1AUH3N1tBD/
     
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    225,722
    ค่าพลัง:
    +97,153
    Mar 25 ,2026 ตั้งรับ! พาณิชย์เร่งทำข้อมูลแก้ต่าง หลังสหรัฐฯ เปิดไต่สวน ม.301 หนีสินค้าไทยโดนภาษีนำเข้าเพิ่ม

    น.ส.โชติมา เอี่ยมสวัสดิกุล อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ ได้ตั้งคณะทำงานเตรียมรับมือผลกระทบภาษีสหรัฐฯ เพื่อศึกษาและจัดทำข้อเสนอแนะ แนวทางเตรียมการรับมือ ภายหลังจากศาลสูงสุดสหรัฐฯ ตัดสินให้การใช้มาตรการภาษีตอบโต้เป็นโมฆะ และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ใช้มาตรา 122 กฎหมายการค้าขึ้นภาษีนำเข้าจากคู่ค้าทั่วโลก 10% เป็นเวลา 150 วัน สิ้นสุดเดือนก.ค.นี้ รวมถึงเปิดไต่สวนประเทศคู่ค้า รวมถึงไทย ภายใต้มาตรา 301 ของกฎหมายการค้า ค.ศ.1974 เพื่อขึ้นภาษีนำเข้าจากประเทศคู่ค้าที่สหรัฐฯ เห็นว่าทำการค้าอย่างไม่เป็นธรรม

    "ไทยถูกสหรัฐฯ กล่าวหาใน 2 ประเด็น คือ มีกำลังการผลิตเกินในบางอุตสาหกรรม เช่น ยานยนต์และชิ้นส่วน, เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ, ผลิตภัณฑ์ยาง รวมถึงนำเข้าสินค้าจากประเทศที่ใช้แรงงานภาคบังคับ เช่น ปลา น้ำมันปลา อาหารสัตว์ และเสื้อผ้า ซึ่งกรมการค้าต่างประเทศ ได้หารือกับภาคเอกชน เพื่อทำข้อมูลแก้ต่าง และส่งความคิดเห็นเป็นลายลักษณ์อักษรเข้าระบบไต่สวนของสหรัฐฯ ภายในวันที่ 15 เม.ย.นี้" อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ระบุ

    ทั้งนี้ หากไทย และประเทศคู่ค้าอื่น ๆ ไม่สามารถแก้ต่างได้ คาดว่าสหรัฐฯ จะปรับขึ้นภาษีนำเข้ากับสินค้าจากคู่ค้าที่ถูกเปิดไต่สวน ซึ่งแต่ละประเทศ อาจจะถูกจัดเก็บในอัตราแตกต่างกัน โดยคาดว่าสินค้าไทยที่จะถูกก็บภาษี จะเป็นกลุ่มที่ถูกกล่าวหาว่ามีกำลังการผลิตเกิน และเป็นสินค้าที่นำเข้าจากประเทศที่ใช้แรงงานภาคบังคับ และคาดว่าสหรัฐฯ อาจเร่งการไต่สวนเพื่อให้ทันกับการเก็บภาษี 10% ตามมาตรา 122 ที่จะสิ้นสุดเดือนก.ค.นี้ เพราะอาจนำการขึ้นภาษีตามมาตรา 301 มาใช้แทน
    สำหรับการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ นั้น น.ส.โชติมา กล่าวว่า ไทยยังคงเดินหน้าหารือกับสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) อย่างต่อเนื่อง ซึ่งล่าสุดเพิ่งหารือร่วมกันเมื่อต้นเดือนก.พ.69 โดยสาระสำคัญของการหารือ จะอิงตามเนื้อหาที่อยู่ในแถลงการณ์ร่วมไทย-สหรัฐฯ ที่ผู้นำของทั้ง 2 ประเทศได้ออกแถลงการณ์ร่วมกันในช่วงการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนเมื่อเดือนก.ค.68 ที่มาเลเซีย เช่น การเจรจาลด/เลิกอุปสรรคทางการค้า ยกเลิกมาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี (NTB) ส่วนการเปิดตลาดนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ ยังไม่ได้มีการหารือกันในรายละเอียด

    Website: https://btimes.biz
    Facebook: https://web.facebook.com/btimesch3
    YouTube: https://www.youtube.com/@BTimes_ch3
    TikTok : https://www.tiktok.com/@btimes_ch3

    #ภาษี #ดอลลาร์ #สหรัฐ #ส่งออก #เศรษฐกิจ #พาณิชย์ #BTimes

    https://www.facebook.com/share/p/1CR6wTWB34/
     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    225,722
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ราคาทองคำดิ่งแรง 9% ในสัปดาห์เดียว มากสุดในรอบ 14 ปี เหตุสภาพคล่องตึงตัว
    ราคาพลังงานพุ่งกดดัน เงินเฟ้อเตรียมทะยาน ฉุดทองขาดแรงซื้อ BTimes

    Mar 25,2026 ช่วงดิ่ง!นักวิเคราะห์ ชี้ ราคาทองคำดิ่งแรง 9% ในสัปดาห์เดียว มากสุดในรอบ 14 ปี เหตุสภาพคล่องตึงตัว ราคาพลังงานพุ่งกดดัน เงินเฟ้อเตรียมทะยาน กดทองขาดแรงซื้อ

    น.ส.อารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด (GCAP GOLD) เปิดเผยว่า ราคาทองคำร่วงแรง สวนทางปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ โดยปรับตัวลดลง 9% ภายในสัปดาห์เดียว มากสุดในรอบ 14 ปี แรงกดดันหลักมาจากราคาพลังงานที่พุ่งขึ้นจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผ่านไปสู่ความกังวลเงินเฟ้อ ทำให้ตลาดลดคาดการณ์การ aปรับลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตร และค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นพร้อมกัน กดให้ต้นทุนการถือครองทองคำสูงขึ้น โดยเฉพาะในภาวะที่อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้แรงซื้อทองคำชะลอลงอย่างมีนัยสำคัญ

    นอกจากนี้ ความเสี่ยงด้านพลังงานจากช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก ยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อเศรษฐกิจโลก หลายประเทศมีแนวโน้มใช้เงินสำรองเพื่อดูแลเสถียรภาพภายใน มากกว่าการเพิ่มการถือครองทองคำ ขณะที่อุปสงค์จากผู้บริโภคหลักอย่างจีนและอินเดีย เริ่มชะลอตัวจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น สะท้อนภาพรวมแรงซื้อทองคำทั่วโลกที่อ่อนแรงลงในระยะสั้น

    "การปรับตัวลงของราคาทองคำรอบนี้ ไม่ได้เกิดจากปัจจัยพื้นฐานที่เปลี่ยนไป แต่เป็นผลจากภาวะสภาพคล่องตึงตัว และนโยบายการเงินที่ยังเข้มงวด ซึ่งทำให้ทองคำถูกใช้เป็นแหล่งระดมเงินสดในช่วงที่ตลาดเผชิญแรงกดดัน หากแรงขายยังไม่สิ้นสุด ราคาทองคำยังมีความเสี่ยงอ่อนตัวลงต่อ ก่อนเข้าสู่สมดุลใหม่ในระยะถัดไป" น.ส.อารีรัตน์ ระบุ

    อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัยประเมินการลงทุนว่า ภาพรวมทองคำ ยังอยู่ภายใต้แรงกดดันฝั่งขาย หลังหลุดโครงสร้างแนวโน้มหลักลงมาในช่วงต้นสัปดาห์ ทำให้ตลาดเข้าสู่ช่วงเปราะบาง ทั้งนี้ ระยะสั้นต้องจับตาแนวรับจิตวิทยาที่ 4,000 ดอลลาร์สหรัฐ หากราคายังสามารถยืนเหนือระดับดังกล่าวได้ และแรงขายเริ่มชะลอลง มีโอกาสเห็นการรีบาวด์สลับขึ้นในระยะสั้น โดยมีแนวต้านสำคัญที่ 4,735 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนของโครงสร้างราคา หากสามารถทะลุและยืนเหนือได้ จะเริ่มทำให้โครงสร้างขาขึ้นกลับมาดูดีขึ้นอีกครั้ง

    สำหรับกลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้นักลงทุนรอจังหวะย่อ แล้วค่อยสะสมใกล้โซนแนวรับ 4,220/ 4,025 ดอลลาร์ โดยหลีกเลี่ยงการไล่ราคาในช่วงที่ตลาดยังผันผวนสูง ขณะที่ทองคำในประเทศ ยังได้แรงพยุงจากค่าเงินบาท โดยแนะนำทยอยสะสมเฉพาะแนวรับหลักที่ 65,000 / 63,500/ 60,500 บาท

    #ราคาทอง #้งินเฟ้อ #ตะวันออกกลาง #BTimes
    https://www.facebook.com/share/p/1Goq4sAfUy/
     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    225,722
    ค่าพลัง:
    +97,153
    Mar 25,2026 ห่วงสงคราม ! SCB EIC ชี้ ส่งออก ก.พ. 2026 ชะลอลง แต่นำเข้าเร่งตัวสูงสุดในรอบ 50 เดือน จับตาผลกระทบสงครามอิหร่านและแนวโน้มภาษีสหรัฐฯ

    ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ SCB EIC เปิดเผยว่า ส่งออกไทยเดือน ก.พ. 2026 ชะลอลง แต่ยังขยายตัวสูง 9.9%YOY มูลค่า 29,439.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ชะลอลงจากเดือนก่อนที่เติบโตสูง 24.4%YOY และชะลอลงมากกว่าที่ประเมินไว้ (SCB EIC และค่ากลาง Reuters Poll มองไว้ 15.8%) มูลค่าส่งออกที่ปรับฤดูกาลแล้วหดตัวแรงจากเดือนก่อน -11.1%MOM_SA ภาพรวมมูลค่าส่งออกไทยช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้ยังขยายตัวสูง 17% ก่อนสงครามในอิหร่านเริ่มขึ้นตั้งแต่ 28 ก.พ.

    ส่งออกเดือนนี้ได้แรงส่งหลักจากสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ตลาดสหรัฐฯ ยังเป็นคู่ค้าสำคัญ
    การส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ขยายตัวสูงกว่า 56.8% เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องคำนวณอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องโทรสาร โทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องส่งวิทยุ โทรเลข โทรศัพท์ โทรทัศน์ และหม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบขยายตัว 49.8% 41.8% 217.6% 251.5% และ 47.1% ตามลำดับ โดยยังคงได้รับแรงหนุนจากวัฏจักรขาขึ้นของสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และแนวโน้มการลงทุนอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และ Data center ที่ขยายตัวทั่วโลก โดยพบว่าการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ไทยไป 11 ใน 15 คู่ค้าสำคัญยังคงขยายตัว ทั้งนี้สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ช่วยให้การส่งออกไทยเดือนนี้ขยายตัวเพิ่มขึ้น (CTG) 9.5% หรือเป็นเกือบทั้งหมดของการเติบโตส่งออกรวม 9.9%

    การส่งออกไทยไปสหรัฐฯ ขยายตัวสูง 40.5% ชะลอลงเล็กน้อยจากเดือนก่อน โดยการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ยังไม่ถูกสหรัฐฯ เก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติมขยายตัวสูงถึง 97.8% และสินค้ากลุ่มอื่น ๆ (ยกเว้นอิเล็กทรอนิกส์) ขยายตัวได้ 9.7% สะท้อนความต้องการสินค้าไทยในตลาดสหรัฐฯ แม้เผชิญกำแพงภาษีนำเข้าสูง 19% (ก่อนภาษีลดลงเหลือ 10% ภายใต้มาตรา 122 หลังศาลฎีกาตัดสินให้รัฐบาลสหรัฐฯ ไม่มีอำนาจขึ้นภาษีนำเข้าโดยใช้ International Emergency Economic Powers Act (IEEPA)) โดยสินค้าส่งออกหลักของไทยไปสหรัฐฯ 13 จาก 15 รายการขยายตัวดี ทั้งนี้การส่งออกไปสหรัฐฯ ช่วยให้การส่งออกไทยเดือนนี้ขยายตัวเพิ่มขึ้น (CTG) 7.3% ของการเติบโตส่งออกรวม 9.9%

    ส่งออกทองคำขยายตัวเพียง 18.2% ชะลอลงมากจากที่เติบโตสูง 136.2% ในเดือนก่อน ส่วนหนึ่งอาจเป็นผลจากราคาทองคำที่ปรับลดลงในเดือนนี้ การส่งออกทองคำยังไม่ได้ขึ้นรูปมีส่วนช่วยให้การส่งออกไทยเดือนนี้ขยายตัวเพิ่มขึ้นเพียง (CTG) 0.5% เทียบกับที่เคยสนับสนุนส่งออกได้มากถึง 2.7% ในเดือนก่อน

    นำเข้าขยายตัวสูงสุดในรอบ 50 เดือน จากกลุ่มสินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูปและสินค้าทุน โดยเฉพาะทองคำ มูลค่านำเข้าสินค้าเดือน ก.พ. อยู่ที่ 32,273.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 31.8% สูงสุดในรอบ 50 เดือน เร่งขึ้นจาก 29.4% ในเดือนก่อนและสูงกว่าประมาณการ (SCB EIC ประเมิน 20.5% และค่ากลาง Reuters Poll 25%) การนำเข้าหลักมาจากสินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูปขยายตัวสูง 53.3% ใกล้เคียงเดือนก่อน การนำเข้าหมวดนี้มีส่วนช่วยให้การส่งออกไทยเดือนนี้ขยายตัวเพิ่มขึ้น (CTG) 22.5%YOY มากกว่าครึ่งของการเติบโตส่งออกรวม 31.8% โดยสินค้านำเข้าหลักได้แก่ ทองคำ และอุปกรณ์ส่วนประกอบเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่ขยายตัวสูงกว่า 165% และ 84.8% ตามลำดับ (CTG: 10.8% และ 8.1%) โดยการนำเข้าอุปกรณ์ส่วนประกอบเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ส่วนหนึ่งมาจากความต้องการนำเข้าสินค้าต้นน้ำและกลางน้ำเพื่อผลิตและส่งออก ไทยจึงต้องนำเข้าสินค้านี้จากผู้ผลิตหลัก เช่น จีน และไต้หวัน

    สินค้าทุนขยายตัวสูง 49.3% เร่งขึ้นจาก 29.5% ในเดือนก่อน ซึ่งมีส่วนช่วยให้การส่งออกไทยเดือนนี้ขยายตัวเพิ่มขึ้น (CTG) 11.7% ของการเติบโตส่งออกรวม 31.8% โดยสินค้าหลัก ได้แก่ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ และเครื่องจักรกลและส่วนประกอบที่ขยายตัวถึง 91.0% และ 19.2% ตามลำดับ (CTG: 6.8% และ 1.4%) ส่วนหนึ่งอาจเป็นผลมาจากการที่ไทยยังผลิตสินค้าทุนประเภทนี้ได้จำกัด ขณะที่แนวโน้มการลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี เช่น Data center เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ความต้องการนำเข้าสินค้าทุน หมวดเครื่องจักรและเทคโนโลยีเพิ่มขึ้นตาม

    ดุลการค้า (ระบบศุลกากร) เดือนนี้ขาดดุลต่อเนื่อง -2,833.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภาพรวม 2 เดือนแรกของปีนี้ ไทยขาดดุลการค้าสะสม -6,137.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

    SCB EIC มองการค้าระหว่างประเทศของไทยปีนี้มีปัจจัยภายนอกกดดันเพิ่ม สงครามตะวันออกกลางและภาษีนำเข้าสหรัฐฯ ยิ่งซ้ำเติมการขาดดุลการค้า
    สงครามตะวันออกกลาง : แม้ส่งออกไทยในภาพรวมอาจได้รับผลกระทบโดยตรงค่อนข้างจำกัด เนื่องจากพึ่งพาตลาดตะวันออกกลางน้อย (3.7% ของมูลค่าส่งออกไทยปี 2025) แต่บางอุตสาหกรรมอาจได้รับผลกระทบรุนแรง เพราะตลาดส่งออกกระจุกตัวในตะวันออกกลาง เช่น ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ (18.2% ของมูลค่าส่งออกไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ทั้งหมด) ปลาสด แช่เย็น แช่แข็ง (15.4%) ข้าว (13.4%) รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ (13.1%) นอกจากนี้ ส่งออกไทยอาจได้รับผลกระทบทางอ้อมผ่านเศรษฐกิจโลกที่จะชะลอตัวลง โดยเฉพาะตลาดเอเชียและยุโรปที่พึ่งพาพลังงานนำเข้าจากตะวันออกกลางสูง (สัดส่วน 65% ของตลาดส่งออกไทย) อย่างไรก็ดี ความขัดแย้งในตะวันออกกลางมีแนวโน้มทำให้ราคาสินค้าส่งออกไทยที่เกี่ยวเนื่องกับน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์เพิ่มขึ้น เช่น ปาล์ม มันสำปะหลัง น้ำตาล ยางพารา

    ด้านดุลการค้าไทยมีแนวโน้มแย่ลงตามราคาพลังงาน เนื่องจากไทยเป็นผู้นำเข้าพลังงานสุทธิสูงถึงราว 8% ของ GDP และมีสัดส่วนการนำเข้าพลังงานจากตะวันออกกลางถึง 59% ของทั้งหมด นอกจากนี้ราคาวัตถุดิบนำเข้าอื่น ๆ และต้นทุนค่าขนส่งสินค้ายังมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น ซ้ำเติมแนวโน้มขาดดุลการคลังที่มีอยู่เดิมหลังวิกฤติโควิด โดยเฉพาะจากการนำเข้าจากจีนที่สูงขึ้นมาก กดดันอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจในภาพรวม

    ภาษีนำเข้าสหรัฐฯ ภายใต้มาตรา 301 : แม้ส่งออกไทยในระยะสั้นอาจได้แรงหนุนจากอัตราภาษีนำเข้าสหรัฐฯ ที่ปรับลดลงเหลือ 10% หลังศาลฎีกาสหรัฐฯ ตัดสินว่ารัฐบาลทรัมป์ไม่มีอำนาจขึ้นภาษีนำเข้าคู่ค้าโดยใช้ International Emergency Economic Powers Act (IEEPA) รัฐบาลสหรัฐฯ จึงเปลี่ยนไปใช้อำนาจตามมาตรา 122 ของ The Trade Act of 1974 แทน โดยประกาศเก็บภาษีนำเข้าทุกประเทศในอัตรา 10% เป็นเวลา 150 วัน (เริ่มวันที่ 24 ก.พ. ถึง 24 ก.ค.) อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ เพิ่งประกาศเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 12 มี.ค. จะสอบสวน 16 ประเทศคู่ค้าภายใต้มาตรา 301 ของ The Trade Act of 1974 ภายใต้ประเด็นกำลังการผลิตส่วนเกินเชิงโครงสร้าง (Structural Excess Capacity) ซึ่งไทยอยู่ใน 16 ประเทศคู่ค้าที่ถูกสหรัฐฯ สอบสวน

    SCB EIC พบว่าสหรัฐฯ ขาดดุลการค้าไทยเพิ่มขึ้นในปี 2025 โดยไทยขยับขึ้นมาอยู่ในอันดับ 7 ของประเทศที่เกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ สูงที่สุด จากเดิมอยู่อันดับ 10 ในปี 2024 สถานการณ์นี้สะท้อนว่าไทยมีความเสี่ยงสูงที่อาจถูกสหรัฐฯ เก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติมหลังเดือน ก.ค. ภายใต้มาตรา 301 นี้ได้หลังการสวบสวน (รูปที่ 5 กลาง)

    ในการแถลงตัวเลขการค้าระหว่างประเทศเดือน ก.พ. 2026 ครั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้เผยแพร่ประมาณการมูลค่าการส่งออกไทยปี 2026 ล่าสุด แบ่งได้ 3 กรณี คือ
    กรณีดีที่สุด : 1.1%YOY
    กรณีฐาน : -1%YOY
    กรณีแย่ที่สุด : -3%YOY

    ทั้งนี้ SCB EIC อยู่ระหว่างการทบทวนแนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2026 ทิศทางมูลค่าส่งออกและนำเข้า ภายใต้สถานการณ์สงครามตะวันออกกลางที่เกิดขึ้น โดยจะเผยแพร่ประมาณการใหม่ในช่วงปลายเดือน มี.ค. นี้

    Website: https://btimes.biz
    Facebook: https://web.facebook.com/btimesch3
    YouTube: https://www.youtube.com/@BTimes_ch3
    TikTok : https://www.tiktok.com/@btimes_ch3

    #ส่งออก #เศรษฐกิจ #เอสซีบี # SCBEIC #BTimes
    https://www.facebook.com/share/p/18D7sxq1XA/
     
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    225,722
    ค่าพลัง:
    +97,153
    พายุใกล้จะเข้าอ่าวเปอร์เซีย แผนทรัมป์ที่จะส่งกำลังคอมมานโดบุกชายฝั่ง หากจะไปทางอากาศลำบากแน่

    ครั้นจะไปด้วยเรือ ก็จะกลายเป็นเป้านิ่งสำหรับโดรนอิหร่าน ส่วนเรือใหญ่นั้น ไม่ต้องพูดถึง เข้าใกล้ช่องแคบยังไม่ได้เลยครับ!
    FB_IMG_1774431654588.jpg
    https://www.facebook.com/share/1KxwfiDzGC/
     
  17. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    225,722
    ค่าพลัง:
    +97,153
    คะแนนนิยมทรัมป์ร่วงจาก 47% ช่วงปีที่แล้ว เหลือ 36% ในวันนี้

    แน่นอนว่าแนวโน้มคงไม่หยุดแค่นี้ เนื่องจากราคาน้ำมันร่วงต่อเนื่อง หากสงครามไม่จบ
    FB_IMG_1774431729297.jpg
    https://www.facebook.com/share/p/1Nz7WGCYTe/
     
  18. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    225,722
    ค่าพลัง:
    +97,153
    นักวิชาการตุรกี :
    ยูเอสเอส เจอรัลด์ ฟอร์ด เรือบรรทุกเครื่องบินที่ใหญ่ที่สุดในโลก แต่กลับไม่มีปัญญาที่จะยึดหนึ่งในช่องแคบที่เล็กที่สุดในโลก!!

    FB_IMG_1774431805224.jpg

    https://www.facebook.com/share/p/18TTXc663t/
     
  19. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    225,722
    ค่าพลัง:
    +97,153
    [BREAKING]
    อิหร่านได้เสนอ "เงื่อนไขสันติภาพ 4 ข้อ" ให้กับทางสหรัฐแล้ว

    1) สหรัฐต้องชดเชยค่าเสียหายจากสงครามให้อิหร่าน

    2) อิหร่านต้องได้รับอำนาจควบคุม "ช่องแคบฮอร์มุซ" อย่างเป็นทางการ

    3) สหรัฐและพันธมิตรต้องไม่โจมตีอิหร่านอีกในอนาคต

    4) สหรัฐต้องไม่มีข้อจำกัดใดๆ ต่อโครงการขีปนาวุธของอิหร่าน

    [Reuters รายงาน]

    https://www.facebook.com/share/18JVTuD3Yu/
     
  20. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    225,722
    ค่าพลัง:
    +97,153
    ทำไมสินทรัพย์หลักที่เลวร้ายสุดในช่วงสงคราม กลับ "พลิกล็อก" ถล่มทลาย กลายเป็น #ทอง ‼️ นับตั้งแต่รบ ทองร่วงแหลกลาญ (ตอนนี้ ราวๆ-17%) ⚠️⚠️ อยากจะบอกว่าช่วง 4 ปีหลัง ทองไปไล่ตาม "หุ้น Emerging Market" !!!!! ซึ่งตอนนี้มันกำลังระเนนระนาด!

    ก่อนอื่น ก่อนจะจับสัมพันธ์ เรามาดูผลงานกันก่อน
    เทียบแล้ว ที่ทองดิ่งนรกเนี่ย นี่มันยิ่งกว่า "สินทรัพย์เสี่ยง" อย่างหุ้นอีก! หุ้นอเมริกา-5% และหุ้นโลกที่ไม่นับอเมริกา-10%
    และค่าเงินสกุลหลักของโลก ก็ไม่ดิ่งได้ขนาดนี้
    พันธบัตรรัฐบาลอเมริกาที่ว่าบัดซบ ก็ยัง-7%
    (ส่วนดอลลาร์ รู้กันว่า "บวก")

    ต้องบอกว่า ปกติ ทองมี "สหสัมพันธ์" correlation กับ real yield ของพันธบัตรรัฐบาลอเมริกาพอควร (*real yield คือหักเงินเฟ้อออกแล้ว)
    เป็น negative correlation (กลับทิศกัน อย่างหนึ่งแข็ง อีกอย่างหนึ่งอ่อน) เป็นเวลา 15 ปีที่เหนียวแน่นหนึบ (ประมาณ
    นั่นคือ 15 ปีก่อนที่ปฏิทินจะย่างเข้าปี 2022!

    เคยเขียนยาวๆ อยู่เรื่อยๆ นะครับท่าน
    สงครามรัสเซีย-ยูเครน ทำให้เกิด NEW NORMAL ในการเทรดช่วงสงคราม (ย้ำว่าเฉพาะช่วงรบ ไม่นับโอ้โลมก่อนรบ)

    หลังปี 2022 มันต่างออกไป

    แต่จริงๆ แล้ว ถ้า de-trended ออก พบว่าทองไปมี correlation กับหุ้น EM มากทีเดียว นับตั้งแต่ปี 2022 เป็นต้นมา
    ส่วนหนึ่ง เพราะเมื่อทองแพงมากๆ มันพอจะมีความเป็น "สินทรัพย์เสี่ยง" อยู่ในตัวกลายๆ
    คล้ายว่า fund flow จากหุ้นมาทอง ไม่ใช่โยกจากเสี่ยงหาเซฟ (safe haven - เครื่องยึดเหนี่ยว/ที่พึ่งทางการลงทุน)
    หากแต่เป็นการ flow เล่นพวกเสี่ยงๆ ด้วยกันเอง
    เหมือนๆ กับที่ย้ายจากหุ้นอเมริกาที่แพงๆ มายังหุ้น EM
    ฉันใดก็ฉันนั้น ก็ย้ายจากหุ้นอเมริกามาทองด้วยเหมือนกัน (ในแง่เก็งกำไร)

    ตัดเทรนด์ใหญ่ (ที่ขึ้นไม่บันยะบันยังไม่ลืมหูลืมตาของทองออกไป) ดูเฉพาะการเคลื่อนไหวที่เกาะแกะไปกับเทรนด์ (de-trended) จึงพบว่าทองไปกับหุ้น EM แบบเห็นชัดถนัดตา

    อย่างไรก็ตาม หุ้น EM-11%
    ลบหนักยังไงก็ยังไม่เท่าทอง ที่ปาเข้าไป-17%
    ส่วนหนึ่งเพราะการตบกลับมันเหวี่ยงแรงด้วย เพราะก่อนนี้ทองมันแพงหลุดเพดานเกินห้ามใจ

    ณ สิ้นเดือน ก.พ. (ซึ่งเผอิญเป็นวันสุดท้ายก่อนรบพอดี) ตอนนั้น ทอง over-valued ราว 15%
    ปัจจุบัน ตบกลับมาเหลือ 2%
    ซึ่งถ้าในมุมนี้ แปลว่าทองน่าจะเลือดหยุดไหลแล้ว เจอฟลอร์ของมันแล้ว

    แต่ถ้ามองในภาพว่าหุ้น EM ยังทรุดต่อได้อีก
    แบบนี้ก็น่าปริวิตก

    ทองถูกฉุดเอาๆ
    ไม่เหมือนเช่นในอดีต ที่มีสงครามที ทองจะขึ้นกระฉูดเลย
    (ตาม traditional norm นั้น คนต้องกระโจนเข้าทองเพื่อ hedge against inflation / hedge against volatility / flow to safe haven)

    ตอนนี้ไม่ใช่เลย ไม่เป็นงั้นแล้ว (หลังปี 2022)
    คนหนีทอง เหมือนหนีสินทรัพย์เสี่ยงยังไงยังงั้น!

    ก็ทองมันแพงนิ ... ไม่น่าเก็งต่อ (เหตุผลเดียวกันกับของสินทรัพย์เสี่ยงเลย)
    FB_IMG_1774434475287.jpg FB_IMG_1774434483906.jpg
    https://www.facebook.com/share/17uzVUkPER/
     

แชร์หน้านี้

Loading...