ถึง เพื่อน ๆ พี่ ๆ ทุกคนครับ ผมเป็นแฟนคลับ น้องซันครับ น้องซันฝากขอบคุณทุกข่าวสารที่ได้ ลงให้ครับ และขอขอบคุณทุกคนที่เข้ามาโพสให้ และเป็นกำลังใจให้กันเสมอมา และเป็นปากเป็นเสียงในการการจายข่าวให้ครับ และตอนนนี้มีข่าวมาประสาสัมพันธ์ครับ "เชิญร่วมงานเปิดตัวหนังสือของ น้องซัน
อาจารย์ แอ๊ด นี่คือคนเดียวกับที่ อาจารย์ ด.ร สุวินัย เคยนำมาเขียนในหนังสือแนวมังกรจักรวาลหรือเปล่าครับ และที่เป็นเจ้าของรายการชั่วโมงพิศวง ที่ออกทางช่อง 7 หรือเปล่า ถ้าเป็นคนเดียวกัน ผมก็อยากทราบประวัติของท่านเหมือนกัน เห็นท่านนี้ทำอิทธิปาฏิหารย์ได้หลายอย่าง เช่น ทำให้เงินในกระเป๋าตังค์ไม่มีวันหมด แม้ใช้ไปเท่าไหร่เงินก็ยังเต็มอยู่ หรือการสอนให้ผู้คนเข้าถึง ณาน 4 ภายในไม่กี่นาที อันนี้ผมก็อยากรู้เหมือนกันครับ ครั้งหนึ่งผมก็เคยคุยกับท่าน แต่ท่านจะไม่ค่อยว่าง จึงไม่ได้รู้รายละเอียดมากนัก
เชิญชวนกันอีกครั้งครับ "เชิญทุกคน ร่วมงาน เปิดตัวหนังสือ น้องซัน "พ้นเคราะห์เพราะ ซัน" ได้ที่ร้าน ซีเอ็ด บุค สาขาเดอะห์มอลล์บางกะปิ ชั้น 1 ตรงข้าม Back Canyon ในวันเสาร์ที่ 17 พฤษภาคม 51 ตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไปครับ " แล้วแจอกันนะครับ แฟนคลับทุกคน ฝากบอกต่อด้วยครับ
คุณ รักไรพ่ายครับ น้องซันฝากบอกครับว่า คราวหน้าอย่าลงอายุครับผม เพราะอายุจริง ๆ อยู่ที่ 20 ต้นๆ ครับ ไม่ใช่ 28 และในวันงานเปิดตัวหนังสือ คงจะเป็นเหมือน วันสัปดาห์หนังสือครับ คือสามารถซื้อหนังสือ และพูดคุยกับน้องได้ครับ พี่อย่าลืมชวนแฟนคลับน้องซันไปเยอะ ๆ นะครับ ช่วยกันทำบุญ เพื่อไถ่ชีวิตโค-กระบือ ที่จังหวัดขอนแก่นครับ
ขอบคุณมากครับ พี่รักพ่าย พี่ไอซ์ ดีใจครับสำหรับข้อความที่เป้นกำลังใจให้ครับ.... อยากบอกว่าดีใจจิงๆ ที่ได้รู้จักคนใจบุญที่มาจากใจ ซันอยากบอกว่า การที่ซันออกหนังสือไม่ได้ออกมาโอดอวด แต่อยากบอกให้ทุกๆคนรู้จัก คำว่า" บาป และ บุญ" ซันเองก็ไม่ใช่คนที่ศิลบริสุทธิ์ แต่เป็นคนที่ไม่ขาดศิลครับ ผมมั่นใจว่าทุกๆคนทำได้ครับ ถ้าใจเราไม่ยึดติดในจริต
น่าน!! คุณน่ะบางอย่างผมก็ไม่เห็นด้วยเท่าไหร่นะ แต่ไม่เป็นไรคุณหวังดีกับผู้อื่นไม่ได้มีเจตนาร้ายใดๆ อนุโมทนาครับผม
อยากเชิญเพื่อนๆ พี่ๆ และน้องๆ ทุกคนไปเป็นกำลังในงานหนังสือครั้งนี้นะครับ เพราะรายได้จากหนังสือในครั้งนี้ จะนำไปไถ่ชีวิตกระบือที่ขอนแก่นครับ...
!!!... เห็นด้วยกับ น้องซันครับ เพราะการช่วยอะไร ไม่สู้ ช่วยชีวิต ครับผม หาทุกท่านที่สนใจ ผมคิดว่าเป็นโอกาส ที่ดีนะครับ ที่เราจะได้ร่วมทำบุญด้วยกัน ผมขอ ร่วม อนุโมทนา ด้วยคนครับผม ...!!!
วันที่ 17 พฤษาคม 2551 นี้ เวลา 16.00 น ซันไปเปิดตัวหนังสือที่งานครับ มาเจอได้นะครับ ไม่ได้มีอะไรมากครับ... แค่อยากได้กำลังใจจากเพื่อนทุกคนครับ..
คงไม่ได้ไป แต่ตั้งใจจะซื้อมาอ่าน 1 เล่มครับ/ ต้องไปรอรับลูก(เด็กออทิสติค 8 ขวบ)ที่สาธิตเกษตรครับ (มีกรรมอะไรร่วมกันมาหนอ)
อยากบอกว่าการที่ใครๆมีปัญหาแล้ววิ่งมาหาซันก่อน ซันอยากถามว่าถูกหรือปล่าว? การที่ซันออกมายืนกลางที่แจ้งอย่างนี้ ซันไม่ได้บอกว่าซันเป็นผู้วิเศษ แต่..ซันอยากออกมาเตือนสติบ้างอย่าง อยากให้เข้าใจว่า เมื่อเกิดปัญหาขึ้นกับตนเองแล้ว อยากให้มีสติเพื่อให้เกิดปัญญามาแก้ไข.... ตัวของเราต้องช่วยตัวเองก่อน...เป็นสำคัญ ไม่ว่าเทวาหรือผู้มีญาณก็ไม่สามารถช่วยคุณได้ หากคุณไม่มีสติและช่วยตัวเองก่อน... แต่ถ้าหากหมดทางแล้วนั้นและเราค่อยมาเจอกัน...ซันเองก็ลำบากใจกับการยืนอยู่ตรงนี้... ซันเคยหนี้ไปเรียนต่อจนกลับมา แต่...ก็ยังคงต้องคอยสอนเรื่องสติกับหลายๆคนอยู่.... ถ้าถามว่าซันชอบเป็นแบบนี้ไหน... ซันตอบได้ว่าไม่ชอบ แต่ต้องอยู่ร่วมกัน พ่อแม่ยังบอกเลยว่าซันมีกรรม คือต้องมารับรู้เรื่องของชาวบ้านทั้งที่ไม่ใช่เรื่องของเรา แต่เป็นบุญที่ได้ช่วยสอนและเตือนสติให้หลายๆคน... ต่อให้ซันเป็นอย่างไรก็ตาม ซันยังคงดำรงค์อยู่ในพุทธศาสนา ให้คำสั่งแห่งองค์สัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นแก่นแก่ชีวิต และดำเนินชีวิตอยู่ในศีลห้าข้ออย่างเต็มภาคภูมิ แต่ที่สำคัญที่สุดคือซันยังคงเดินเท้าติดดินไม่ต่างจากมนุษย์ทั่วไป....
ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณkhajonsak.... คุณคือซันเพราะว่าเราประกอบด้วยธาตุสี่เหมื่อนกัน...ทุกอย่างเป็นแค่นามสมมุติ
ปัญญาที่มีย่อมคู่กับสิ่งที่เราทำมา เรียกว่า บารมี มันไม่ใช่ภาระ หากเรามองว่ามัน คือ การช่วยเหลือผู้คน หาก ซันเข้าใจเเล้วว่าปัญญาที่มีสามารถแก้ปัญหาช่วยผู้อื่นได้ก็จงทำ แต่จงทำด้วยความรู้สึก ที่ดี ไม่ใช่เพราะ ต้องทำ สิ่งต่างๆรอบกายนะคะ มันไม่มีจริง สิ่งที่มีคือ ความสามารถของตนเอง จิตเรา กายเรา ถึงมันจะไม่ใช่ของเรา แต่มันก็ คือ ตัวเรา สิ่งใดทำแล้วคงไว้ซึ่ง คุณธรรมและจรรโลงโลกก็จงทำต่อไปนะคะ โชคดีนะคะ ขอให้เจริญในธรรมต่อไปคะ
ซันเคยพูดกับเราว่า ทุกคนมีจุดบอดเหมือนกันหมด แม้แต่ตัวซันเอง แต่ถ้าเราทราบจุดบอดของเราเอง ว่าคืออะไร เราจะก้าวไปได้โดยไม่ตกหลุมพลาง
จุดบอดไม่ใช่จุดด้อย แต่เป็นจุดที่เรียกว่า ขาด ขาดซึ่งความมีภายในจิตใจ ไม่ใช่เพราะขาดสิ่งนั้น หากเราเชื่อมั่นว่าทุกอย่างที่เรามี คือ ความสมบูรณ์ เมื่อไม่นำตนเองไปเปรียบเทียบกับใคร เราก็คือ ผู้สมบูรณ์แบบแล้วทุกประการ ความสมบูรณ์ เกิดจากพอใจ จาก สิ่งที่เรามี สิ่งที่เราเป็น และสิ่งที่เราทำคะ
ว๊าว !! ซัน มาเองเลยเหรอนี่ ดีใจจังครับที่ได้เจอ ผมขอเป็นกำลังใจให้กับซันในการสร้างบุญกุศลช่วยเหลือผู้คนต่อไปนะครับ ยังมีคนอีกมากมายที่เป็นทุกข์แต่ยังหาทางออกให้กับตัวเองไม่ได้ ทั้งๆที่บางคนนั้นก็รู้ธรรม ศึกษธรรมมา แต่บางครั้งจิตใจที่ยังไม่เข้มแข็งพอ ยังไม่สามารถพึ่งพาตนเองได้ คือคนเรานั้นภูมิรู้ ภูมิธรรมต่างกัน ย่อมเห็นชีวิตที่ต่างกันไปตามบารมีที่สั่งสมมา คนที่สั่งสมมามาก เข้าใจแก่นธรรมได้มากเมื่อเจอปัญหาอะไรกับชีวิตแม้จะหนักหนาเพียงใดก็ฟันฝ่าไปได้ด้วยเข้าใจเรื่องของ กิเลส กรรม วิบาก คนเหล่านี้เอาตัวรอดได้ แต่ยังมีคนอีกมากมายที่มีภูมิธรรมยังไม่มากพอ เมื่อเจอทุกข์กระทบชีวิต แล้วหาทางออกไม่ได้ และเชื่อว่าถ้ามีผู้วิเศษ มีอะไรมากกว่าคนทั่วไป และสามารถช่วยเขาได้ เขาก็จะวิ่งตามหาเพื่อให้ช่วยแก้ทุกข์ ผมเชื่อว่าคนอย่างหลังนี่มีมากกว่า และคนที่มาหาซันก็เป็นคนอย่างหลังนี่แหละ ที่จิตใจยังไม่เข้มแข็งพอและยังไม่รู้ซึ้งในเรื่องวิบาก และ กรรม จึงต้องค่อยๆบอกกล่าว และสอนสั่งกันไปให้เดินตามทางแห่งบุญกุศล ด้วยทาน ศีล ภาวนา ซึ่งผมก็คิดว่าว่าซันก็แนะนำให้เขาเดินไปตามทางนี้อยุ่แล้ว จากที่ซันเขียนในหนังสือ หรือที่พยายามบอกผ่านสื่อต่างๆ ผมก็มองซันเป็นคนธรรมดาคนหนึ่ง และญาณทิพย์ อภิญญา มันก็เป็นของธรรมชาติ ใครก็ฝึกได้ แต่ที่ผมมองซันไม่ธรรมดา ก็ตรงที่ซันพยายามช่วยเหลือคนมากมาย โดยไม่ได้หวังอามิสสินจ้างสิ่งตอบแทนอะไรเป็นเงินทอง และยังต้องมาเหนื่อยกับการต้องรับฟังปัญหาชีวิตของผู้คนมากมายที่มาหา และแต่ละเรื่องก็คิดว่าเป็นเรื่องหนักๆทั้งนั้น และยังต้องฟังคนอื่นที่คอยตั้งคำถาม หรือ คำครหาเกี่ยวกับซัน ลำพังแค่ผมฟังเพื่อนร่วมงามที่มึทุกข์ใจมาปรึกษากับผม ผมยังเหนื่อยใจแทนเลย แค่ฟัง 3 คน ผมก็แทบแย่แล้ว ถ้าลองใครมาฟังความทุกข์และช่วยเหลือคนที่ไม่ใช่ญาติพี่น้องเรา สักวันละ 50 ถึง 60 คน จะรู้สึกยังไง ถ้าผมอยากจะคบใครเป็นเพื่อนแท้สักคน ไม่ใช่เพราะเขามีอะไรๆมากกว่าคนอื่น เช่น เงินทอง ฐานะ ฃื่อเสียง หรือ อภิญญา ญาณทิพย์ เพราะของเหล่านี้มันไม่ได้วัดคุณค่าที่แท้จริงของความเป็นคน มีได้มันก็เสื่อมได้ แต่คุณค่าที่แท้จริงคือการแสดงออกมาจากภายใน โดยเห็นชีวิตคนอื่นมีคุณค่าและพร้อมจะช่วยเหลือให้เขาได้พ้นทุกข์ และชี้ทางสว่างให้เขาได้เดินไปในทางที่ถูกแม้จะต้องเสียสละอะไรบางอย่างที่มีไป เพราะนี่ต่างหากที่เป็นคุณค่าที่ไม่มีวันเสื่อม และเป็นเครื่องชี้วัดคุณภาพที่แท้จริงของคน เหมือนที่ในหนังเรื่อง Bruce Almighty ที่พระเจ้าพูดกับพระเอกว่า "การที่โมเสส สามารถแยกน้ำทะเลได้ นั่นคือมายากล แต่การที่มารดาผู้ยากจนสามารถเลี้ยงลูกสี่คนได้นั่นคือปาฏิหารย์"